ตำรวจไทย-กัมพูชา ตั้งคณะทำงานร่วมกัน (Task force)ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เร่งด่วนเห็นผลใน 60 วัน พร้อมประสานขอส่งตัวผู้ต้องหากว่า100 คนกลับมาดำเนินคดีในไทย
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ร่วมประชุมหารือเพื่อปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงสร้างความเสียหายแก่ประชาชนร่วมกับ พล.ต.อ.ซอ เทต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ตำรวจทั้งสองประเทศแสวงหาความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมเกิดขึ้นจากการหารือร่วมกันระหว่างนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย และสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูช าที่ได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นภัยคุกคามใหม่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างจริงจัง
จึงได้สั่งการให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ของทั้งไทยและกัมพูชาร่วมหารือกันอย่างเร่งด่วน ในที่ประชุมวันนี้ได้ร่วมกันหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งบริบทของทั้งสองประเทศที่เปลี่ยนไปจากภัยคุกคามของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ในประเทศกัมพูชาที่เชื่อว่าจะเป็นจุดที่มีการตั้งสถานที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้อมูลเกี่ยวกับชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้ตำรวจกัมพูชาได้ร่วมสืบสวนและปฏิบัติการร่วมกันในอนาคต ซึ่งทางกัมพูชายินดีที่จะร่วมมือด้วย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ยังมีข้อมูลผู้กระทำความผิดในไทยที่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และใช้เป็นฐานในการหลอกลวงคนไทย จึงได้ขอความร่วมมือทางกัมพูชาในการส่งตัวคนไทยที่มีหมายจับเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 100 คนมาดำเนินการตามกฎหมายของประเทศไทยให้ได้ และหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานย่อยร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ(Task force)
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล วิธีปฏิบัติการร่วมกันทั้งการสืบสวน ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะเดินทางการประชุมหารือเพื่อกำหนดทิศทางและ วางแผนการปฏิบัติการร่วมกัน โดยเน้นเรื่องเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นหลักในสัปดาห์หน้าที่ประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ ทางการกัมพูชายังขอความร่วมมือทางการไทยเกี่ยวกับ การค้ามนุษย์ การโจรกรรมรถยนต์ด้วย
ขณะนี้ทั้ง 2 ประเทศอยู่ระหว่างการกำหนดบุคลากรตำรวจที่จะร่วมในคณะทำงาน และทางเจ้าหน้าที่ไทยพร้อมรับข้อเสนอความร่วมมือเกี่ยวกับการปราบปรามการค้าจากทางกัมพูชา และเรื่องอื่นๆ เพื่อกลับมามอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในไทยร่วมดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณี นายตำรวจยศ พ.ต.ท. ตำแนห่งสารวัตร ใน สภ.แห่งหนึ่งจังหวัดเชียงใหม่ และลูกมีส่วนพัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น เบื้องต้นทางต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน พร้อมย้ำว่าหากมีการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีและดำเนินการวินัยเด็ดขาด เรื่องนี้ตำรวจจะต้องดำเนินการเก็บกวาดบ้านตัวเองโดยไม่มีการปกป้องแน่นอน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews