แก๊งลูกตำรวจ ประกาศศักดา บุกรุมฟันถึงบ้าน เย็บกว่า 100 เข็มเจ็บสาหัส คดีไม่คืบ โพสต์มีด-ปืนรัวๆ เย้ยไม่กลัว
วันนี้ ( 24 ก.ค. 67 ) ที่ซอยสายไหม38 นายสัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้เป็นพ่อ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ อายุ 20 ปี ลูกชายที่ได้รับบาดเจ็บ เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด
กรณีลูกชายถูกแก๊งลูกตำรวจ ใน จ.สกลนคร บุกเข้ามารุมทำร้ายร่างกายภายในบ้านพัก โดยใช้อาวุธมีดฟัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เย็บกว่า 100 เข็ม เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่6 ต.ธาตุ อ.วานรนิวาส เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผ่านมา 1 เดือน คดีไม่คืบหน้า
นายสัญญา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อช่วง 23.20 น. วันที่ 17 มิ.ย. ขณะลูกชายกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับกลุ่มเพื่อน 5 คน อยู่ที่เพิงพักหลังบ้าน มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 12 คน ขี่รถจยย. เข้ามาในหมู่บ้าน จากนั้นวัยรุ่น 5 คน ถือมีดดาบเข้ามาไล่ฟันลูกชายและเพื่อน ๆ โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
ลูกชายนั่งอยู่ริมสุดถูกฟันเข้าบริเวณเอว จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่สะดุดล้ม จึงถูกรุมฟันที่ศีรษะ ลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวม 5 แผล แต่หนักสุดคือที่ศีรษะถูกฟันเป็นแผลยาว 6 ซม.กระโหลกร้าว บริเวณจมูกด้านซ้ายถูกฟันจนเปิดเป็นแผลยาว 5 ซม.
แพทย์รักษาบาดแผลทั่วตัวมากกว่า 100 เข็ม และต้องส่งตัวไปศัลยกรรมจมูกที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เนื่องจากรพ.แรก ไม่สามารถเย็บบาดแผลที่จมูกให้ได้ รวมระยะเวลาที่ต้องพักรักษาตัวต่อเนื่องนาน 1 เดือน
หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นได้ตะโกนถามหาคนชื่อ “เต๋อ” ซึ่งเป็นคู่อริ และไม่ใช่กลุ่มเพื่อนของลูกชาย คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นตั้งใจมาทำร้ายคู่อริ ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับลูกชาย แต่ไม่พบตัวแล้วมาเห็นกลุ่มลูกชาย และเพื่อนนั่งกินข้าวกันอยู่ จึงเข้ามาทำร้ายเพื่อประกาศศักดา โดยหลังก่อเหตุแล้วยังโพสต์ภาพอาวุธลงในโซเชียลอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายด้วย
ผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.วานรนิวาส แต่ผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้า ทราบว่าตำรวจเรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพียง 8 คน อ้างว่าทางกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้ซัดทอดไปยังคนอื่น แต่ผู้เสียหายเชื่อว่าผู้ก่อเหตุ 4 คนที่ถูกกันตัวไว้เป็นลูกหลานของตำรวจ จึงทำคดีล่าช้า
นอกจากนี้ตำรวจยังโทรศัพท์มาเจรจาให้พ่อของผู้เสียหายยินยอมไกล่เกลี่ย แล้วรับเงินค่าเสียหาย 1 แสนบาทเพื่อจบเรื่อง โดยอ้างว่า กล้องวงจรปิดเห็นภาพไม่ชัด และผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นเยาวชน มีอายุ 19 ปี เพียง 1 คน หากขึ้นศาลเยาวชนโทษก็ค่อนข้างน้อย แต่พ่อของผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่า ต้องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด
นายเอกภพ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่แย่มาก ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานตำรวจ หรือผู้มีอิทธิพล ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยหลังจากนี้ตนจะประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ให้เข้ามาตรวจสอบและเร่งรัดคดีดังกล่าว พร้อมทั้งจะพาผู้เสียหายไปยื่นขอคุ้มครองสิทธิกระทรวงยุติธรรม
ขณะที่ พ.ต.อ.พินิจ ประสิทธิ์เขตกิจ ผกก. สภ.วานรนิวาส กล่าวว่า สอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีแล้ว ทราบว่าตอนนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาแจ้งข้อกล่าวหา ยืนยันว่าทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว ได้ออกหมายเรียกแล้วประมาณ 5 คน มีทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน แต่ผู้ต้องหายังไม่มาพบ
ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายบอกว่า มีกลุ่มผู้ก่อเหตุมากกว่านี้ แต่ไม่ถูกออกหมายเรียก จึงกลัวว่าจะเป็นเพราะเป็นลูกหลานตำรวจหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน หากเป็นตำรวจก็คงไม่กล้าช่วยกันขนาดนี้ การดำเนินคดีต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน บางครั้งหากมีแต่กล้องวงจรปิดบางส่วน ก็ต้องหาพยานมายืนยันด้วย หากพบความผิด ก็ต้องดำเนินคดี
ทั้งนี้ยอมรับว่า ความล่าช้าอาจเกิดจากการดำเนินการของร้อยเวรเจ้าของคดีที่ทำให้ผู้เสียหายไม่พอใจ ซึ่งตนได้ตำหนิและกำชับหัวหน้างานสอบสวนให้เร่งดำเนินการแล้ว และ ยืนยันว่า ตอนนี้ยังอยู่ในกรอบเวลา 2 เดือน ของการดำเนินคดีในอำนาจของพนักงานสอบสวน ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายบอกว่า ทางตำรวจมีความพยายามขอให้ไกล่เกลี่ยนั้น ยังไม่ทราบเรื่องนี้ และยืนยันว่า ไม่มีใครมาพูดคุยให้ประวิงเวลาในการดำเนินคดี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews