ตำรวจตั้งด่าน ยึดกระบะตู้ทึบ ขนรถจักรยานยนต์ 7 คัน

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

ตำรวจ ตั้งด่าน ตรวจยึดรถกระบะตู้ทึบ ขนรถจักรยานยนต์ 7 คัน พร้อมของกลาง หลายรายการ

 

 

 

วันนี้ (19 ก.ค 67) กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บช.ก. ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า สี จำนวน 1 คันและรถจักรยานยนต์ หลายยี่ห้อ จำนวน 7 คันพร้อม โทรศัพท์ของนายทรงกล ยี่ห้อ OPPO A58 ชนิดสามารถใช้ได้กับซิมการ์ด จำนวน 2 ซิมโทรศัพท์ของนายธงชัย ยี่ห้อ vivo Y12A-S ชนิดสามารถใช้ได้กับซิมการ์ด จำนวน 2 ซิม

สถานที่ตรวจยึดหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงนาดี ทล. 304 กม. 207 ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สถานที่เกิดเหตุ ทางหลวง หมายเลข 304 หลักกิโลเมตรที่ 197-198 ถ.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ตำบล บุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

โดยตรวจยึดจาก นายทรงกรด อายุ 42 ปี อาศัยใน หมู่ที่ 6 ตำบล ด่านใน อำเภอ ด่านขุนทด จังหวัด นครราชสีมา และนายธงชัย อายุ 38 ปี อาศัยอยู่ใน หมู่ที่ 7 ตำบล ตลาด อำเภอ เมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา

พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบบรรทุกรถจักรยานยนต์เพื่อไปขาย โดยใช้รถกระบะตู้ทึบยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว จึงได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อสกัดรถคันดังกล่าว จนกระทั่งตรวจบนทางหลวง หมายเลข 304 หลักกิโลเมตรที่ 197-198 ถ.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี ปราจีนบุรี พบรถกระบะ ซึ่งเป็นรถบรรทุกกระบะตู้ทึบวิ่งผ่านมาลักษณะมีการบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำเกินกว่าปกติ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถข้างทาง

 

โดยคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้จอดรถข้างทาง จึงได้ตรวจสอบพบคนขับคือนายทรงกรด โดยใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และ นายธงชัย เป็นผู้โดยสารมาด้วย จึงได้ขอตรวจสอบภายในรถกระบะ ซึ่งก่อนการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้นายทรงกรดแล้ว จนนายทรงกรดฯ พึงพอใจยินยอมให้ตรวจสอบภายในรถด้วยความสมัครใจ

 

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าภายในรถบรรทุกตู้บรรทุกรถพบจักรยานยนต์ หลายรายการ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจยึดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดทุกนายมิได้ทำร้ายร่างกาย ผู้หนึ่งผู้ใดให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจแต่อย่างใด มิได้บังคับ ขู่เข็ญ หรือส่อลวงแต่อย่างใด มิได้ทำให้ทรัพย์สินของผู้หนึ่งผู้ใดต้องเสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมค่าแต่อย่างใด และมิได้เรียกรับหรือยินยอมจะรับเอาซึ่งทรัพย์สินของผู้หนึ่งผู้ใดมาเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลอื่นและได้ร่วมกับผู้ครอบครอง

 

ตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถอีกครั้งหนึ่งแล้วไม่พบว่ามีสิ่งของมีค่าแต่อย่างใด ได้อ่านบันทึกการตรวจยืดนี้ให้ฟังและให้อ่านเองจนเป็นที่เข้าใจโดยละเอียดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้อ่านบันทึกนี้ให้ฟังและให้อ่านเองแล้ว รับว่าถูกต้องโดยได้มอบสำเนาบันทึกการตรวจยึด ให้ผู้ยินยอมให้ทำการตรวจยึดไว้แล้ว จึงให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews