พล.ต.ท.สำราญ แถลงจับแก๊งโจ๋ 14 คน ยกพวกถล่มคู่อริ ย่านบางนาเสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด
วันนี้(18 มิ.ย. 67) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุม กรณีที่นักศึกษาอาชีวะ 2 สถาบันก่อเหตุทะเลาะวิวาท ภายในซอยวชิรธรรมสาธิต ย่านบางนา จนมีผู้เสียชีวิต 1 รายทและบาดเจ็บอีก 1 ราย
พล.ต.ท.สําราญ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอีกหนึ่งคนที่เหลือคนสุดท้ายได้ประสานขอเข้ามอบตัวที่ สน.บางนา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาที่เหลือทั้งหมด 5 คน ไปฝากขังศาลในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น อันเป็นความผิดฐานซ่องโจร, ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน, ทะเลาะกันอย่างอื้นอึงในทางสาธารณะ, ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้” ทำให้ขณะนี้สามารถติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 14 คน แล้ว แบ่งเป็นเยาวชน 9 คน และ อายุเกิน 18 ปี จํานวน 5 คน
นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาชุดสืบสวนนครบาลได้สนธิกำลังกว่า 50 นาย เปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้น พื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร สามารถ ยึดของกลาง เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จํานวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืน อาวุธมีดสั้น 3 เล่ม มีดยาว 1 เล่ม ปลายตะขอ 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ 8 คัน พร้อมเสื้อผ้าและหมวกกันน็อคที่กลุ่มผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุ
ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหา ทราบว่ามูลเหตุจูงใจ มาจากเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่มีการเตรียมการมาก่อนแต่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน แต่หากพบกลุ่มนักศึกษาซึ่งเป็นของสถาบันฝ่ายตรงข้ามก็จะเข้าก่อเหตุทันที ซึ่งแผน ประทุษกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า แม้จะมีการเตรียมการมาก่อน เช่น ถอดแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ออก รวมถึงสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า แต่ยังถือเป็นการก่อเหตุระดับกลาง ยังไม่ถึงขั้นเป็นองค์กรอาชญากรรม อย่างที่เคยพบในพื้นที่ของ สน.ปทุมวัน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการกำชับให้ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายปราบปราม สน.บางนา และ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถาบันอาชีวะตั้งอยู่ช่วยกันเฝ้าระวังเหตุโดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนและหลังเข้าเรียน พร้อมตรวจสอบดูแลเส้นทางเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และทำความเข้าใจกับ อาจารย์ผู้ปกครองและกลุ่มนักศึกษาให้ช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันขึ้นอีก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews