เลขาธิการฯ ป.ป.ส. แถลงร่วมกับทางการอินโดนีเซีย หลังช่วยจับกุม ‘แป้ง นาโหนด’ รับ เจ้าหน้าที่เรือนจำบกพร่อง ทำให้หนีออกมาได้ พร้อม ร่วมมือกันขยายผลหาผู้ให้ความช่วยเหลือ
วันนี้ (2 มิ.ย. 67) เวลา 15:00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย มีการแถลงข่าวจับกุม นายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด ร่วมกันระหว่างตำรวจอินโดนีเซีย และตำรวจไทย โดยมี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลงกับทางประเทศอินโดนีเซีย โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมร่วมรับฟัง
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการการยุติธรรม และนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ที่ช่วยกันจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญนี้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทำลายกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้ขาดความศรัทธา และความเชื่อมั่นของประชาชน โดยนายเชาวลิต มีคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ฆ่าผู้อื่น และที่สำคัญได้แหกคุกออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 222 วันที่ผ่านมา
กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงต้องเร่งติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งคณะทำงานได้ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มาหลบซ่อนตัวที่ประเทศอินโดนีเซีย 6 วัน และทางการอินโดนีเซีย ก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนเองได้พูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจของอินโดนีเซียเห็นตรงกันว่าปัญหายาเสพติด ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของภูมิภาคที่ต้องร่วมมือกัน จับมือกัน ประสานการปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิด จึงจะสำเร็จ
“ขอขอบคุณที่ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ ถือว่าเป็นการช่วยมวลมนุษยชาติ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด” พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าว
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ระบุถึงการหลบหนีออกจากประเทศไทยของนายเชาวลิต ว่า ผู้ต้องหามีอิทธิพลสูงในพื้นที่จังหวัดสตูล พัทลุง และนครศรีธรรมราช พร้อมยอมรับว่า เป็นความไม่รัดกุมของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมธรรมได้ลงโทษผู้บัญชาการเรือนจำไปส่วนหนึ่งแล้ว
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ระบุว่า จากการสืบสวน ผู้ต้องหารายนี้เกี่ยวข้องกับการส่งยาเสพติด ลำเลียงยาเสพติด ซื้อมาจากชายแดนของไทย และเชื่อว่าส่วนหนึ่งส่งมาที่ประเทศอินโดนีเซีย ดังนั้น การทำงานร่วมกันที่ทำให้สามารถหลบหนีออกจากเรือนจำ และมาที่ประเทศอินโดนีเซีย จึงอาจเชื่อว่ามีพรรคพวกที่ค้ายาเสพติดช่วยเหลือ ซึ่งทางการไทยและอินโดนีเซีย จะแลกเปลี่ยนข้อมูลการสอบสวนเพื่อหาว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการช่วยเหลือ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews