รวบสองสามี-ภรรยา ลักทรัพย์บริษัทแปรรูปแหนมชื่อดัง ย่านดอนเมือง พบเป็นหลานเจ้าของบริษัท ถ่ายเททรัพย์สิน เสียหายกว่า 400 ล้านบาท
วันนี้ (10 พ.ค 67) เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกกองปราบ (อาคารประชาอารักษ์) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แถลงข่าว รวบสองสามีภรรยา ลักทรัพย์บริษัทแปรรูปแหนมชื่อดังพบเป็นหลานเจ้าของบริษัทถ่ายเททรัพย์สินเสียหายกว่า 400 ล้านบาท นำแถลงข่าวโดย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและตรวจค้น ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา คือ นางสาว นภษร หรือไข่มุก อายุ 39 ปี ทำหมายจับ ศาลอาญาที่ 2063/2567 ลง พ.ค.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด
ลักทรัพย์ที่เป็นของเจ้านายหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้างในเวลากลางคืน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยโดยไม่ชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
สถานที่จับกุมบริเวณในวัดชัยเภรีย์ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีโดยตรวจยึดของกลางได้ เงินสด / นาฬิกาข้อมือ 35 รายการ /โฉนดที่ดิน 34 รายการ/ โลหะคล้ายทองคำ 59 รายการ /วัตถุมงคลพระเครื่อง 247 รายการ / สมุดบัญชีกองทุน 19 รายการ / เครื่องประดับ 104 รายการ / เครื่องแต่งกาย 129 รายการ / กระเป๋าแบน แบรนด์เนม 36 รายการ/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 7 รายการ รถยนต์และจักรยานยนต์ หรู 5 รายการ / กรมธรรม์ 62 รายการ/ อื่นๆ 29 รายการ / รวมทั้งหมด 780 รายการมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2566 บริษัทไปรวบแหนมชื่อดังย่านดอนเมืองได้รับแจ้ง จากบริษัทคู่ขาว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายเนื่องจากยังไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากบริษัทประกอบกับผู้บริหารของบริษัทตรวจพบว่าเกิดความผิดปกติของการเงินและการบัญชีของบริษัทจึงคาดว่าบริษัทน่าจะถูกโกงจึงได้เข้ามาร้อง ถูกกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่า เพื่อปิดบังเนื่องจาก นางสาว นภษรฯ ซึ่งเป็นหลานแท้ๆของเจ้าของบริษัททำหน้าที่ดูแลด้านการเงินและการบัญชี บัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นคู่รักเอาเงินของบริษัทไปโดยมีวิธีการกระทำความผิดในสองลักษณะคือ
นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (ATM) บัญชีของบริษัท ซึ่งเจ้าของบริษัท มอบให้ นางสาว นภษร ถือไว้เพื่อนำไปใช้จ่ายให้เก็บไว้บริษัทโดยโอนเงินผ่านเอทีเอ็มเข้าบัญชีธนาคารของ นางสาว นภษร
และนำเช็คระบุจ่ายสด ซึ่งออกโดยบริษัทเพื่อชำระค่าสินค้า แก่คู่ค้าของบริษัทโอนเข้าบัญชีธนาคาร นางสาว นภษรจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า นางสาว นภษร ได้เริ่มกระทำความผิดตั้งแต่ช่วงปี 2556 – 2566 โดยมีการทุจริตลักเอาเงินของบริษัทไปกว่า 1,000 ครั้ง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดกับฝ่ายบัญชีของบริษัทว่ามีมูลค่าเท่าใดที่ นางสาว นภษร ได้ทุจริตหรือหลักของบริษัทไปหรือมีรายการใดที่ได้นำไปจ่ายให้แต่บริษัทคู่ค้าจริง
จนพบว่าเงินที่ นางสาว นภษร ได้ทุจริตไปมีจำนวนกว่า 400 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมขออนุมัติศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลจังหวัดนครนายก และศาลจังหวัดสีคิ้ว ออกหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นสถานที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 จุด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมของกลางและหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews