สืบนครบาลปลอมตัวเป็นผี รวบ”แมนวันชัย” ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์คาโรงหนัง “ธี่หยด”ในคืนวันฮาโลวีน
ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลจับกุมนายวันชัย หรือ “แมน” อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดี “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน สืบเนื่องมาจาก ได้มีคนร้ายซึ่งเป็นอดีตนักโทษคดีจำหน่ายยาเสพติดและพ้นโทษออกมาเมื่อไม่นานมานี้ จากนั้นเจ้าตัวได้เข้าทำงานเป็นพนักงานในร้านอาหารชื่อดังย่านสีลม ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้ออกจากงานไปโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่แล้วดึกสงัดของคืนวันที่ 20 ต.ค. 66 คนร้ายได้กลับมาที่ร้านอาหารอีกครั้งในฐานะ “หัวขโมย” ใช้ชะแลงงัดเข้าไปในร้าน ก่อนจะกวาดทรัพย์สิน แท็บเล็ต จำนวน 5 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง
รวมความเสียหายกว่าแสน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายเป็นอดีตพนักงานภายในร้าน ชื่อว่า นายวันชัย หรือ “แมน” แต่เจ้าตัวได้หนีหายเข้ากลีบเมฆไปชนิดที่ว่าไร้ร่องรอยให้ติดตามตัว จึงมีการออกหมายจับคนร้าย ต่อมาตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่า คนร้ายจะควงหวานใจคนใหม่ไปชมภาพยนตร์ผี “ธี่หยด” ในคืนวันฮาโลวีน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บชน.ไม่รอช้าส่งชุดสืบสวนแฝงตัว Undercover แต่งตัวเป็นผีแฝงตัวเป็นพนักงานโรงหนังอยู่ละแวกหน้าโรงภาพยนต์ ภายในห้างดังย่านพระราม 3 เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง
ที่ชุดสืบสวนแฝงตัวในคราบผี คนร้ายได้ซื้อตั๋วภาพยนตร์กระแสมาแรงในขณะนี้ “ธี่หยด” และกำลังจะเดินเข้าชมภายในโรงภาพยนต์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแกงคนร้าย เป็นซุ้มผีขอถ่ายรูป ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัวคนร้ายตามหมายจับ
จากการสอบปากคำ นายวันชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “เป็นคนชอบทำอาหารมาก เคยทำงานเป็นเซฟร้านอาหารมาเกือบ 10 ปี จนเมื่อเดือนสิงหาคม ได้สมัครเข้าทำงานเป็นเซฟทำอาหารที่ร้านดังย่านสาทร เป็นเซฟที่นั่นได้ประมาณ 1 เดือน ก็เกิดมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน จึงตัดสินใจออก จึงเกิดความโกรธแค้น เข้าไปขโมยของในร้านอาหารนั้น โดยได้ไอแพด 5 เครื่อง, คอมพิวเตอร์เซอร์เฟส 1 เครื่อง แล้วเอาไปขายเป็นค่าจ้าง แต่ก็โดนโกง จากนั้นได้หลบหนีจนถูกจับกุม” หลังจับกุมตัว ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews