“อัจฉริยะ” วอนสังคมอย่าตำหนิ “แม่”
“อัจฉริยะ” วอนสังคมอย่าตำหนิ “แม่” ยื่นเงื่อนไขหากแม่ขอให้ช่วยคดี ต้องไม่มีทนายกฤษณะ
วันนี้ (26 พ.ค.65) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบังคับการปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จากกรณีที่ กระติก อิจศรินทร์ ให้การเท็จ มีการเปลี่ยนแปลงเวลาของรูปภาพ ซึ่งนายอัจฉริยะกล่าวว่าไม่เวลาที่ปรากฏ ไม่สอดคล้องกับข้อมูลของ GPS
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า การเข้าแจ้งความในวันนี้ไม่ใช่เพราะการปะทะฝีปากที่รายการโหนกระแสเมื่อวันที่ผ่านมา (25 พ.ค. 65) แต่เพียงต้องการถามให้ชัดเจนว่าใครเป็นคนถ่ายกันแน่ ซึ่งในคดีแตงโม ภัทรธิดา นายอัจฉริยะเชื่อว่ากระติกเป็นตัวแปรสำคัญของคดีเพราะเป็นคนที่รู้เรื่องราวทั้งหมด และได้กล่าวอ้างถึงทนายเดชาว่า เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมเช่นเดียวกันเพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน
สำหรับกรณีของบังแจ๊ค นายอัจฉริยะได้ปฏิเสธว่ามีการพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเคยได้พูเคุยกับบังแจ๊คเพียงครั้งเดียวคือวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ที่บังแจ๊คได้ทักมาบอกนายอัจฉริยะว่าจะนำคลิปเสียงของ สภ.เมืองนนทบุรี ที่มีการรับเงินมาให้ แต่นายอัจฉริยะไม่เชื่อ และยืนยันว่าไม่ทีการติดต่อกันหลังจากนั้น
เรื่องของทนายเดชาที่ประกาศถอนตัว นายอัจฉริยพสารภาพว่ารู้เรื่องในช่วงเช้า โดยส่วนตัวตนไม่ขอโทษแม่ ในการเป็นที่ปรึกษาและทนายความ ถ้าแม่มีความเห็นอย่างไรก็ต้องฟังอย่าปิดกั้นลูกความ หากลูกความมีข้อสงสัยก็ต้องเอาเหตุผลมาหักล้างให้สิ้นสงสัย เป็นหน้าที่ของทนายที่จะต้องอธิบายให้แม่ฟังส่าหากจะเอาผิดคนที่ฆาตกรรมลูกสาวจะต้องใช้อะไรบ้าง ส่วนเรื่องนำโทรศัพท์ของแตงโมไปให้บังแจ๊ค นายอัจฉริยะมีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า ในสถานการณ์นั้นแม่คงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แม่ต้องเอาตัวรอดและคงไม่รู้ว่าจะมีทางออกตรงไหน ทุกคนมีเหตุมีผลถ้าทนายเดชาใจกว้างรับฟังแม่หน่อยก็คงทำให้สิ้นสงสัยได้ วอนสังคม สิ่งที่แม่พลาดไปอย่าไปตำหนิ
ส่วนเรื่องที่กระติกได้เปิดเผยว่ามีการด่ากันระหว่างแตงโมและปอบนเรือนั้น นายอัจฉริยะเชื่ออว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่สงสัยว่าคนที่ทะเลาะกับแตงโมอาจไม่ใช่ปอแต่เป็นโรเบิร์ต เนื่องจากเป็นคนเดียวที่ยังไม่เคยถูกสัมภาษณ์ตั้งแต่เกิดเรื่อง
อย่างไรก็ตามนายอัจฉริยะยืนยันว่าตนเองมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์บนเรือแท้จริงเป็นอย่างไร หากแม่ติดต่อมาอยากให้ตนเป็นที่ปรึกษาก็จะรับ และจะเปิดหลักฐานที่ตนมีให้แม่ดู เชื่อว่าสามารถทำให้แม่จะสิ้นสงสัยได้ว่าเป็นการประมาทหรือการฆาตกรรม โดยมีเงื่อนไขว่าในทีมจะต้องไม่มีทนายกฤษณะ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์และมั่ว หากจะให้ตนทำคดีขอยื่นไปว่าต้องเป็นทนายอู๋ จากทีมของส.ส.เต้ มงคลกิตติ์ และอีกเงื่อนไข ขอให้แม่อยู่เฉยๆ ร้องเพลงทำตัวให้สบาย ไม่ฟ้องร้องทนายเดชาหรือใคร
ทั้งนี้ นายอัจฉริยะยังได้กล่าวถึงการทำงานของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ว่า การสอบสวนสืบสวนในคดีของแตงโมผิดปกติวิสัยไปจากที่ตนได้รู้จักกันมา 5ปีจากการทำคดีต่างๆ มีข้อสังเกต อาทิ ไม่ยึดเสื้อผ้า ไม่ยึดเรือ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของตำรวจภูธรภาค 1

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





