Home
|
ไลฟ์สไตล์

ทำไมผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวแล้ว มักจะเผลอสนใจเด็กที่อายุน้อยกว่า

Featured Image

ผู้ใหญ่ในสังคมกับพฤติกรรมการสนใจคนอายุน้อยกว่า

          เชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงจะเห็นข่าวหรือประเด็นในโซเชียลที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอายุน้อยกว่า จนเกิดคำถามตามมาว่ามันถูกหรือมันผิดที่ผู้ใหญ่หลายๆคนสนใจเด็กที่อายุน้อยทั้งๆที่ตัวผู้ใหญ่เองก็มีครอบครัว 

บทความนี้จึงไม่ได้ตั้งต้นจากคำถามว่า “ถูกหรือผิด” แต่ชวนมองให้ลึกกว่านั้นว่าทำไมความสนใจของผู้ใหญ่บางคนจึงพาไปหยุดอยู่ที่เด็กอายุน้อยกว่า และพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ที่โตมีครอบครัวแล้วแต่ยังมีความสนใจเด็กที่อายุยังน้อย

ความสนใจที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่พวกเขากลับรู้สึกเหงาลึก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ซึ่งความเหงาในที่นี้ไม่ใช่การไม่มีคนอยู่ข้าง ๆ แต่เป็นความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ถูกรับฟัง ไม่ได้ถูกเข้าใจ และไม่ได้มีพื้นที่ให้พูดในสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ บทบาทในชีวิตครอบครัวมักเต็มไปด้วยบทสนทนาเรื่องหน้าที่ เรื่องปัญหา เรื่องสิ่งที่ต้องจัดการในแต่ละวัน ดังนั้น เมื่อได้พูดคุยกับเด็กที่อายุน้อยกว่า และมีเพียงความไร้เดียงสา จึงทำให้ผู้ใหญ่ผ่อนคลายนั่นเอง

 

สถานะครอบครัวไม่ได้ปิดสวิตช์ความรู้สึกทั้งหมดของมนุษย์ 

          การมีครอบครัวไม่ได้ทำให้ผู้ใหญ่หยุดความรู้สึก หรือหยุดต้องการ มันแค่ทำให้ความรู้สึกบางอย่างถูกเลื่อนไปอยู่ข้างหลัง เพราะชีวิตเต็มไปด้วยหน้าที่ บทบาท และความรับผิดชอบ ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกเก็บไว้เงียบ ๆ

และเมื่อมีใครสักคนเข้ามาทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีพื้นที่ทางอารมณ์ ยังมีคนฟังโดยไม่เร่ง ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวัง ความสนใจจึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายไม่ได้เรียกร้องอะไร ไม่ผูกมัด และไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องแบกรับหน้าที่เพิ่ม ความสบายใจแบบนี้เองที่ทำให้ผู้ใหญ่บางคนเผลอเปิดใจมากกว่าที่ควรจะเป็น

เด็กในสายตาผู้ใหญ่กับความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าน่ารัก

          เด็กในสายตาผู้ใหญ่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพราะพวกเขายังไม่ซับซ้อน ยังไม่ตั้งคำถาม และยังไม่คาดหวังอะไรมากนัก ผู้ใหญ่จึงรู้สึกสบายใจที่จะเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ต้องป้องกัน ไม่ต้องวางท่า และไม่ต้องคิดเยอะ ความรู้สึกนี้อาจเริ่มจากความเอ็นดูธรรมดา 

แต่เมื่อผู้ใหญ่เริ่มได้รับการตอบสนองทางอารมณ์ เช่น การตั้งใจฟัง การชื่นชม หรือการให้ความสำคัญ เด็กก็เริ่มกลายเป็นมากกว่าแค่ “คนน่ารัก” แต่กลายเป็นคนที่เติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิตผู้ใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กอาจแค่ทำหน้าที่ของการเป็นผู้ฟังที่ดี โดยไม่ได้ตั้งใจจะรับบทบาทนั้นก็ได้

 

ทำไมความสดใสและความไร้เดียงสาของเด็กถึงดึงดูดใจผู้ใหญ่

          ความสดใสของเด็กไม่ใช่แค่เรื่องวัย  แต่มันคือความรู้สึกว่า “ชีวิตยังไม่หนัก” เด็กยังพูดตรง ๆ รู้สึกอะไรก็แสดงออก ไม่ต้องคิดซับซ้อน ไม่ต้องระวังคำพูดมากเหมือนผู้ใหญ่ เมื่อผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตมาเจอความรู้สึกแบบนี้ จึงทำให้รู้สึกเหมือนได้พักใจ และเผลอใช้ความรู้สึกตรงนี้เป็นที่พึ่งทางใจ โดยไม่ทันคิดว่า เด็กยังไม่รู้เท่าทันอารมณ์ ยังแยกไม่ออกว่าความสนใจแบบไหนควรหรือไม่ควร จึงทำให้เกิดผลเสียที่ผู้ใหญ่เองก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ตามมาทีหลัง

 

Emotional manipulation  ผู้ใหญ่กับแนวคิดการชักจูงทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

          ในทางจิตวิทยา การให้ความสนใจเป็นพิเศษ การทำตัวเป็นที่พึ่งทางใจ หรือการทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเอง “สำคัญ” ล้วนสามารถกลายเป็นการชักจูงทางอารมณ์ได้ แม้ผู้ใหญ่จะไม่ได้ตั้งใจควบคุม

เด็กอาจรู้สึกว่าตัวเองเลือกเอง ยินยอมเอง แต่เมื่อสมองและอารมณ์ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ความสามารถในการประเมินความเสี่ยงและตั้งขอบเขตย่อมต่างจากผู้ใหญ่ ความสัมพันธ์จึงค่อย ๆ เคลื่อนไปในทิศทางที่เด็กเป็นฝ่ายปรับตัวมากกว่า โดยที่ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องบังคับอะไรเลย

 

          กล่าวคือ ความอันตรายของความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีเจตนาร้ายเสมอไป แต่อยู่ที่ความไม่เท่ากันของอำนาจ ผู้ใหญ่มีประสบการณ์ชีวิต วุฒิภาวะ และความสามารถในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์มากกว่า

 

ความสนใจกับขอบเขตทางใจที่ผู้ใหญ่ต้องรู้เท่าทันตัวเอง

           ความสนใจของผู้ใหญ่ต่อเด็กมักเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น คุยแล้วสบายใจ รู้สึกดีที่มีคนฟัง หรือรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่า  ปัญหาคือ ถ้าผู้ใหญ่ไม่หยุดคิด ความรู้สึกเล็ก ๆ เหล่านี้อาจค่อย ๆ ล้ำเส้นจนมากเกินไป  ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงควรจะถามตัวเองว่าเรากำลังใช้เด็กมาเติมเต็มอะไรในใจเราหรือเราหวังอะไรอยู่รึเปล่าและความสบายใจของเรา กำลังจะทำร้ายชีวิตทั้งชีวิตของใครอีกคนอยู่ก็ได้เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ใหญ่คือคนที่มีหน้าที่ตั้งขอบเขต ไม่ใช่เด็ก

          ความสนใจของผู้ใหญ่ต่อเด็กอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ดูไม่อันตราย แต่เมื่อมองผ่านกรอบจิตวิทยา เราจะเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับอำนาจ ความเปราะบาง และความรับผิดชอบที่ไม่เท่ากัน 

บทความนี้ไม่ได้บอกให้มนุษย์หยุดรู้สึก แต่ชวนให้ผู้ใหญ่หยุดคิดก่อนก้าวไปไกลกว่าอารมณ์ เพราะในสังคมที่เด็กยังอยู่ในช่วงเติบโต การปกป้องพื้นที่ปลอดภัยทางใจของพวกเขา คือบทบาทหนึ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/adults-minors-relationships/

https://thepotential.org/life/loneliness-and-deep-attachment/?utm_source

ขอขอบคุณภาพจาก

https://www.pinterest.com/

https://chatgpt.com/

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube