Home
|
ไลฟ์สไตล์

รวมจุดสำคัญสำหรับติดไฟสำรองฉุกเฉิน ทั้งในบ้านและอาคาร

Featured Image

เหตุการณ์ไฟดับมักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและนำมาซึ่งความมืดมิดที่สร้างความตื่นตระหนก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งในบ้านพักอาศัยและอาคารสำนักงาน ไฟสำรองฉุกเฉิน (Emergency Light) จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่องสว่างเพื่อให้มองเห็นเส้นทางอพยพหรือทำกิจกรรมจำเป็นต่อเนื่องได้ชั่วคราว บทความนี้จะพาไปเจาะลึกจุดติดตั้งที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมของ “ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน” โดยทาง SUNNY ผู้นำด้านโคมไฟไฟ้าฉุกเฉินชั้นนำของไทย ได้ให้คำแนะนำสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยสูงสุด ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยในบ้านและผู้ใช้อาคารพาณิชย์ให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้อย่างปลอดภัย

 ทำไมการวางตำแหน่งโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินถึงสำคัญ

การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินไม่ใช่เพียงแค่การยึดติดกับผนังให้ครบตามจำนวน แต่หัวใจสำคัญคือ “ตำแหน่ง” ที่ต้องสัมพันธ์กับทิศทางของแสง หากติดตั้งผิดจุดอาจเกิดเงาบัง (Shadowing) หรือแสงส่องไม่ครอบคลุมเส้นทางหนีไฟ ทำให้ผู้ใช้งานมองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง ซึ่งอาจนำไปสู่การสะดุดล้มหรือหลงทางในขณะเกิดเหตุวิกฤตได้ นอกจากนี้ การติดตั้งยังต้องสอดคล้องกับมาตรฐานของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งกำหนดค่าความส่องสว่างขั้นต่ำไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสงสว่างเพียงพอต่อการมองเห็น และนำพาผู้คนออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างรวดเร็วที่สุด

5 จุดยุทธศาสตร์ในอาคารพาณิชย์ที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี

สำหรับเจ้าของอาคาร นิติบุคคล หรือฝ่ายอาคารสถานที่ การปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนกลางที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก การติดตั้ง โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ในจุดเสี่ยงต่างๆ คือปราการด่านแรกในการลดความสูญเสีย

 1. เส้นทางหนีไฟและบันไดหนีไฟ (Stairwells & Escape Routes)

บันไดหนีไฟถือเป็นจุดที่อันตรายที่สุดหากตกอยู่ในความมืดสนิท การก้าวพลาดเพียงขั้นเดียวอาจหมายถึงการบาดเจ็บรุนแรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งที่แสงสามารถส่องกระทบพื้นลูกนอนของบันไดได้ครบทุกขั้นอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้หนีภัยสามารถเดินลงได้อย่างมั่นคงและรวดเร็ว โดยไม่มีจุดอับสายตาที่ก่อให้เกิดการสะดุดล้ม

2. จุดเปลี่ยนระดับพื้นและทางแยก (Changes in Level & Intersections)

บริเวณโถงทางเดินที่มีการเปลี่ยนระดับ ทางลาด หรือทางแยกเลี้ยวซ้าย-ขวา เป็นจุดที่สร้างความสับสนทิศทางได้ง่ายมากเมื่อเกิดควันไฟหรือความมืด การติดตั้งไฟฉุกเฉินส่องสว่างบริเวณจุดตัดเหล่านี้จะช่วยนำทางและเตือนให้ผู้ใช้อาคารระมัดระวังจังหวะการก้าวเดิน ป้องกันการหกล้มหรือชนกับผนัง

3. เหนือประตูทางออกฉุกเฉิน (Exit Doors)

หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามีป้ายทางออกฉุกเฉิน (Exit Sign) ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ไฟสำรองฉุกเฉิน มีหน้าที่สำคัญในการส่องสว่างลงมาที่พื้นบริเวณหน้าประตู เพื่อให้ผู้หนีภัยมองเห็นอุปกรณ์เปิดประตู เช่น กลอน ลูกบิด หรือคานผลัก (Panic Bar) ได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถเปิดประตูออกสู่ภายนอกได้อย่างทันท่วงที

 4. ห้องควบคุมและห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Control & Generator Rooms)

จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่อาคาร หากไฟดับ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเข้าถึงห้องเหล่านี้เพื่อตรวจสอบตู้คอนโทรล แก้ไขระบบไฟฟ้า หรือเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แสงสว่างในจุดนี้จึงต้องเพียงพอต่อการอ่านค่ามาตรวัดและการปฏิบัติงานที่ละเอียดอ่อน เพื่อกู้คืนระบบให้กลับมาทำงานได้ปกติ

 5. จุดติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงและแจ้งเหตุ (Fire Fighting Equipment)

เมื่อเกิดเพลิงไหม้ เวลาทุกวินาทีมีค่า บริเวณที่ติดตั้งถังดับเพลิง ตู้สายฉีดน้ำดับเพลิง (Fire Hose Reel) หรือจุดแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Manual Call Point) ต้องมีแสงสว่างส่องถึงตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถมองเห็นและหยิบใช้อุปกรณ์ระงับเหตุเบื้องต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องงมหาในความมืด

 แนะนำจุดติดตั้งไฟสำรองฉุกเฉินภายในบ้านพักอาศัย

แม้กฎหมายอาจไม่ได้บังคับใช้อย่างเข้มงวดกับบ้านพักอาศัยทั่วไปเหมือนอาคารขนาดใหญ่ แต่ความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัวคือสิ่งประเมินค่าไม่ได้ การมี ไฟสำรองฉุกเฉิน ติดบ้านไว้ในจุดที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความอุ่นใจได้มหาศาล

 1. โถงบันไดและทางเดินกลางบ้าน

เช่นเดียวกับอาคารพาณิชย์ บันไดบ้านคือจุดเสี่ยงอันดับหนึ่ง หากไฟดับในเวลากลางคืน การเดินลงจากชั้นบนโดยไม่มีแสงสว่างเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มสูงมาก ควรติดตั้งไฟฉุกเฉินบริเวณชานพักบันไดหรือโถงทางเดินกลาง เพื่อให้แสงส่องครอบคลุมทางเดินเชื่อมระหว่างห้องต่างๆ

 2. ห้องนอนผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก

ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเป็นกลุ่มเปราะบางที่มักตื่นตระหนกง่ายเมื่อตกอยู่ในความมืดและความสับสน การมีแสงสว่างทันทีที่ไฟดับจะช่วยลดความตกใจและช่วยให้มองเห็นสิ่งรอบตัว แนะนำให้ติดตั้งแบบพกพา (Portable) หรือติดผนังในตำแหน่งที่แสงส่องถึงเตียงนอน เพื่อให้สามารถลุกเดินหรือหยิบสิ่งของจำเป็นได้อย่างปลอดภัย

 3. บริเวณตู้คอนซูเมอร์ยูนิต (Breaker Box)

จุดนี้มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญสูงสุด เพราะเมื่อไฟฟ้าดับ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการเดินไปตรวจสอบตู้เบรกเกอร์หรือแผงวงจรไฟฟ้าเพื่อหาสาเหตุ หากบริเวณนั้นมืดสนิท การตรวจสอบหรือสับสวิตช์ไฟจะทำได้ยากลำบากและอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้หากมองไม่เห็น การมี ไฟสำรองฉุกเฉิน ส่องสว่างที่หน้าตู้ไฟจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่น

 เทคนิคการติดตั้งและการดูแลรักษา

เพื่อให้โคมไฟทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดตั้งควรอยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำที่ระดับ 2 เมตรขึ้นไป เพื่อให้แสงกระจายตัวได้กว้างครอบคลุมพื้นที่และไม่ส่องเข้าตา (Glare) ผู้ใช้งานโดยตรงจนเกิดอาการตาพร่ามัว

นอกจากการติดตั้งที่ถูกจุดแล้ว หัวใจสำคัญของ ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน คือความพร้อมใช้งานของแบตเตอรี่ ผู้ใช้งานควรเลือกใช้รุ่นที่มีระบบทดสอบอัตโนมัติ (Auto Test) ตามมาตรฐานของ Sunny Emergency Light ซึ่งจะช่วยลดภาระการเดินกดปุ่มทดสอบเอง และมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะถูกกระตุ้นและตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งานจริง ช่วยยืดอายุการใช้งานและคุ้มค่าในระยะยาว

เลือกโคมไฟสำรองฉุกเฉินคุณภาพ SUNNY พร้อมตอบโจทย์ทุกความปลอดภัย

ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม การลงทุนเลือกติดตั้งโคมไฟที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. คือการสร้างหลักประกันให้กับชีวิตและทรัพย์สิน Sunny Emergency Light มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีความส่องสว่างที่มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะ ตอบโจทย์ทั้งความทนทานและความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าในยามวิกฤต แสงสว่างจากเราจะนำทางคุณไปสู่ความปลอดภัยเสมอ เลือก โคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ที่ไว้ใจได้ เลือก Sunny

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคมไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube