ผื่นกุหลาบ รักษายังไงให้หายเร็ว ไม่ลุกลาม ไม่ทิ้งรอยดำ
ผื่นกุหลาบ (Pityriasis Rosea) เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่สามารถพบเจอได้บ่อย โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน แม้ผื่นประเภทนี้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หลายคนมักรู้สึกกังวลเมื่อผื่นเริ่มกระจายไปตามลำตัว แขน หรือคอ บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วยจนรบกวนชีวิตประจำวัน
ซึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่กังวล คือ ผื่นจะลุกลามหรือทิ้งรอยดำหลังการอักเสบหรือไม่ รวมถึงอยากรู้ว่าแล้วเราควรจะรักษายังไงให้หายเร็วที่สุด งานนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับโรคผื่นกุหลาบมากให้ขึ้น พร้อมวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้องตามหลักการ
ผื่นกุหลาบ คืออะไร
ผื่นกุหลาบ เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนังชั่วคราว ลักษณะเด่น คือ มีผื่นรูปวงรีสีชมพูหรือแดงระเรื่อ ๆ โดยมักเริ่มจากผื่นวงใหญ่เพียงวงเดียว ก่อนจะกระจายออกเป็นผื่นย่อยขนาดเล็กจำนวนมากทั่วลำตัวและลำคอ
ผื่นกุหลาบไม่ใช่โรคร้ายแรงและมักหายได้เองภายใน 6-8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามในบางรายอาจมีอาการคันหรือมีรอยดำหลงเหลือหลังผื่นหาย เราจึงจำเป็นต้องรู้วิธีดูแลตนเองให้ถูกต้องเพื่อลดความรำคาญจากอาการของโรคและโอกาสเกิดรอยคล้ำหลังการอักเสบของผิวด้วย
ผื่นกุหลาบ มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของผื่นกุหลาบ แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสบางชนิด ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับที่ทำให้เด็กเป็นไข้สูงลอยในวัยเด็ก นอกจากนี้ยังพบปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการเกิดผื่นกุหลาบด้วย เช่น
- ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- ความเครียด
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดผื่นคล้ายผื่นกุหลาบ
และถึงว่าผื่นกุหลาบจะเกี่ยวข้องกับไวรัส แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย เราจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการแพร่เชื้อสู่คนอื่น ๆ
ผื่นกุหลาบ มีอาการอย่างไร

ปกติแล้วอาการของผื่นกุหลาบค่อนข้างที่จะเด่นชัดและมีรูปแบบเฉพาะ ทำให้แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังอาจสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจผิวหนังเพียงอย่างเดียว โดยลำดับของอาการมักเริ่มจากการเป็นผื่นขนาดใหญ่ประมาณ 2–4 เซนติเมตร มักพบที่ลำตัวก่อน มีลักษณะเป็นวงรี สีชมพูหรือแดงอ่อน ขอบอาจลอกเป็นขุยเล็กน้อย ซึ่งลักษณะผื่นแบบนี้ถือเป็นสัญญาณแรกของโรคและจะเกิดขึ้นก่อนผื่นอื่น ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หลังจากนั้นจะมีผื่นเล็ก ๆ หลายจุดกระจายแบบเชือกคล้องต้นคริสต์มาส (Christmas tree pattern) บริเวณหลัง หน้าอก ท้อง และบางครั้งอาจขึ้นที่คอหรือแขน และอาจพบอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คันเล็กน้อยถึงปานกลาง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยคล้ายเป็นหวัด
ซึ่งอาการโดยรวมของผื่นกุหลาบจะไม่รุนแรงและไม่กระทบสุขภาพขนาดนั้น แต่รอยผื่นจะทำให้เรารู้สึกกังวลด้านความสวยงามของผิวหนังแทน นั่นเอง
ผื่นกุหลาบกับผื่นประเภทอื่นต่างกันอย่างไรบ้าง
โดยปกติถ้าคนทั่วไปดูแบบผิวเผิน ก็จะรู้สึกว่าผื่นหลายประเภทนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก จนทำให้บางคนอาจสงสัยว่าตนเองเป็นผื่นกุหลาบหรือเป็นผื่นประเภทอื่นกันแน่ โดยจะมีการแยกลักษณะเด่น ๆ ของผื่นประเภทอื่น ๆ ดังนี้
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) ลักษณะเด่น คือ
- ผื่นภูมิแพ้จะคันมาก
- ผิวแห้งเป็นขุยตลอดเวลา
- มักเป็นเรื้อรังและกำเริบซ้ำบ่อย
ผื่นร้อน (Heat Rash) ลักษณะเด่น คือ
- เกิดจากอากาศร้อน เหงื่อออก
- ผื่นมักมีตุ่มใสเล็ก ๆ
- หายเร็วเมื่ออยู่ในที่เย็น
ผื่นลมพิษ ลักษณะเด่น คือ
- เป็นผื่นนูนแดงคันมาก
- เกิดขึ้นเร็ว หายเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง
อย่างที่บอกไปว่า ผื่นกุหลาบจะมีการเรียงตัวแบบเฉพาะเจาะจงมากกว่า แต่ถ้าหากผื่นนั้นขึ้นผิดตำแหน่ง หรือมีลักษณะแตกต่างจากผื่นกุหลาบที่พบบ่อย ควรให้แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังตรวจเพื่อแยกโรคที่อาจรุนแรงกว่า เช่น สะเก็ดเงิน หรือเชื้อราผิวหนัง
ผื่นกุหลาบรักษายังไงให้หายเร็ว ไม่ทิ้งรอยดำ

แม้ผื่นกุหลาบจะเป็นผื่นประเภทที่สามารถหายเองได้ แต่การที่เราดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผื่นหายเร็วขึ้น ลดอาการคัน และลดโอกาสเกิดรอยดำหลงเหลือหลังผื่นยุบลง โดยสามารถดูแลรักษาได้ ดังนี้
1.ทายาที่ช่วยลดการอักเสบ
ได้แก่ สเตียรอยด์ชนิดอ่อนหรือปานกลาง ใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และใช้ยาทาตามแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังสั่งเพื่อช่วยลดการอักเสบ ลดคัน และทำให้ผื่นยุบเร็วขึ้นด้วย
2.ใช้ยากินเฉพาะกรณี
ในคนที่มีการคันจากผื่นกุหลาบมากจนรบกวนการนอน อาจได้รับยาแก้แพ้เพื่อลดอาการคัน หรือในกรณีที่เป็นผื่นกุหลาบมานานเกิน 8 สัปดาห์ อาจมีการพิจารณาใช้ยาเฉพาะตามดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง
3.หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่เป็นผื่น
เพราะการเกาจะทำให้ผิวอักเสบเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำหลังผื่นกุหลาบหายได้
4.ดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
เช่น สบู่อ่อนโยน ครีมบำรุงผิวปราศจากน้ำหอม และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวง่าย
5.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยให้ผิวกระจ่างใส
โดยรอยดำหลังเกิดผื่นกุหลาบจะเกิดจากการอักเสบของผิวหนัง และมักเกิดขึ้นโดยเฉพาะในคนที่มีผิวเข้ม การที่เราใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือ AHA บางชนิดอาจช่วยให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังด้วย
ไม่อยากให้ผื่นกุหลาบลุกลาม ต้องหลีกเลี่ยงอะไร
1.หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อ
โดยความร้อนทำให้ผื่นกุหลาบเกิดอาการแดง คัน มากขึ้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัด ออกกำลังกายหนัก หรืออยู่ในห้องอับชื้น
2.ไม่ใช้สครับหรือสบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง
เพราะผิวที่กำลังอักเสบจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย จึงควรงดการขัดผิวจนกว่าผื่นกุหลาบจะหายสนิท
3.หลีกเลี่ยงการเกา
เพราะการเกาจะทำให้ผื่นกุหลาบกระจายและลุกลามได้ง่ายขึ้น
4.งดใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น
เราควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ลดการเสียดสีบริเวณที่เกิดผื่นกุหลาบ
ผื่นกุหลาบเป็นซ้ำได้หรือไม่ ป้องกันยังไงดี
โดยทั่วไปผื่นกุหลาบมักเป็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต เนื่องจากร่างกายมักสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสที่เป็นสาเหตุ แต่ในคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดมาก หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจพบการเกิดซ้ำได้ แม้จะไม่บ่อยนัก
วิธีลดโอกาสเป็นผื่นกุหลาบซ้ำ เราควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงยาที่เคยกระตุ้นให้เกิดผื่นคล้ายผื่นกุหลาบ
หากใครเคยเป็นผื่นกุหลาบและมีผื่นลักษณะคล้ายเดิมเกิดขึ้นอีก ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นผื่นกุหลาบซ้ำหรือเป็นผื่นจากสาเหตุอื่น เช่น โรคผิวหนังเรื้อรังที่ต้องการการรักษาเฉพาะทาง นั่นเอง
ดังนั้น ผื่นกุหลาบถือเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยแต่ไม่อันตราย มักหายเองได้ แต่เราดูแลผิวอย่างถูกต้องเพื่อจะช่วยลดอาการคัน ลดการลุกลาม และลดโอกาสเกิดรอยดำหลังผื่นหายได้เป็นอย่างมาก
แต่ถ้าหากใครพบว่าผื่นกุหลาบมีลักษณะผิดปกติ ลุกลามเร็ว คันรุนแรง หรือเป็นนานเกิน 8 สัปดาห์ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด





