Home
|
ไลฟ์สไตล์

ที่มาของวันเด็กแห่งชาติ

Featured Image

          วันเด็กแห่งชาติ คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคำว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” พวกเขาควรได้รับการสนับสนุนให้เติบโตอย่างดีที่สุด  ที่หลายหน่วยงานต่างพากันเปิดกิจกรรมให้เด็กๆนั้นมีส่วนร่วมในการเสริมทักษะ การแสดงออกถึงความสามารถ การเล่นกิจกรรมอย่างสนุกสนาน ให้เป็นอีกหนึ่งวันที่ดีสำหรับเด็กและใครจะรู้วันเพียงวันเดียวอาจสร้างความหมายจนเปลี่ยนชีวิตของเด็กๆเหล่านี้ไปเลยก็ได้ 

          วันเด็กแห่งชาติ ของประเทศไทยนั้น มีการกำหนดให้ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี กิจกรรมที่สำคัญคือนายกรัฐมนตรีไทย จะมีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปี ในปี 2564 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันได้ให้คำขวัญไว้ว่า 

“เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ด้วยภักดีมีคุณธรรม”

          ที่มาของวันเด็กแห่งชาติ ถูกจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 โดยเริ่มแรกนั้นถูกกำหนดวันเป็นจันทร์แรกของเดือนตุลาคม แต่เนื่องด้วยตุลาคมนั้นมีฝนตกมากไม่เหมาะกับการจัดกิจกรรม อีกทั้งวันจันทร์นั้นเป็นวันทำงานผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สะดวกที่จะพาเด็กไปร่วมงาน ในปี พ.ศ. 2508 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงเป็นวันเด็กแห่งชาติมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมแบบทุกวันนี้

          ย้อนกลับไปที่ตัวเลข 2498 ตัวเลขนี้มีความหมาย ปีนั้นเป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้น ประเทศไทยได้รับข้อเสนอในการจัดจาก วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่ และกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ ให้เด็กนั้นมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาชาติ จึงได้นำสู่เข้าที่ประชุมและเกิดเป็นงานวันเด็กแบบทุกวันนี้เอง 

          แม้วันเด็กนั้นจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่สำคัญเท่าการสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบข้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube