หากพูดถึงย่านรังสิต – ธัญบุรี เป็นอีกย่านยอดฮิตย่านหนึ่งที่มีปริมาณรถสัญจรหนาแน่นอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเรื่องไม่คาดฝันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรถเสีย รถชนกัน จึงเป็นที่กังวลของใครหลายคน และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอีกด้วย การเตรียมพร้อมล่วงหน้า ไปพร้อมๆ กับการทำความเข้าใจเส้นทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ได้รวบรวมเบอร์ฉุกเฉิน รถสไลด์รังสิต และจุดที่ต้องระวังในย่านรังสิต – ธัญบุรี เพื่อเป็นแนวทางรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า และเรียกรถสไลด์รังสิตเพื่อเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

เบอร์โทรสายด่วนฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้ ป้องกันเหตุไม่คาดฝันย่านรังสิต
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงและคลี่คลายสถานการณ์ได้ไวขึ้น แนะนำให้บันทึกเบอร์โทรศัพท์เหล่านี้ไว้ในสมาร์ตโฟน ได้แก่
– 1193 ตำรวจทางหลวง (แจ้งอุบัติเหตุหรือรถเสียบนทางหลวงเส้นหลัก)
– 1543 สายด่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กรณีเกิดเหตุบนทางด่วน)
– 1137 จส. 100 (แจ้งเหตุฉุกเฉิน ประสานงานและขอรับความช่วยเหลือบนท้องถนน)
– 1644 สวพ. 91 (รายงานสภาพการจราจรและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน)
– 191 ตำรวจ (แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทั่วไป)
– 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (เรียกรถพยาบาลกรณีมีผู้บาดเจ็บ)
3 จุดเสี่ยงรถติดและรถเสียบ่อยในย่านรังสิต – ธัญบุรี มีที่ไหนบ้าง
ปัญหาการจราจรในพื้นที่ย่านรังสิตมักเกิดจากลักษณะทางกายภาพของถนนที่เป็นคอขวด จุดกลับรถหนาแน่น และการเป็นเส้นทางเชื่อมต่อหลัก โดยมีจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้
จุดตัดต่างระดับรังสิต-แยกบางพูน (ถนนรังสิต-ปทุมธานี)
บริเวณนี้มีลักษณะทางกายภาพเป็นคอขวดขนาดใหญ่ที่รับปริมาณรถสะสมก่อนขึ้นทางยกระดับและสะพานข้ามแยก ปัญหาหลักที่พบประจำคือรถบรรทุกหนักมักเครื่องยนต์ขัดข้องหรือระบบเกียร์มีปัญหาขณะไต่ทางลาดชัน เมื่อมีรถจอดเสียขวางช่องจราจรบนสะพาน จะทำให้สูญเสียพื้นที่สัญจรทันที ส่งผลกระทบลูกโซ่ให้รถที่ตามมาต้องเบี่ยงเลนกะทันหัน และทำให้ท้ายแถวติดสะสมยาวต่อเนื่องข้ามสะพานไปจนถึงช่วงหน้าตลาด 200 ปี หรือลุกลามถึงถนนสายหลัก
ถนนรังสิต-นครนายก (ช่วงคลอง 1 ถึง คลอง 3)
เส้นทางช่วงนี้ถือเป็นจุดวิกฤตที่มีปริมาณรถหนาแน่นสะสมทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกตลอดทั้งวัน เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจุดกลับรถและซอยทางเข้าออกหมู่บ้านเรียงรายจำนวนมาก ลักษณะการขับขี่ที่ต้องชะลอตัวสลับหยุดนิ่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้เครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนทำงานหนัก จึงมักพบปัญหารถความร้อนขึ้นสูง หม้อน้ำแตก หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนน็อกกลางถนน รวมไปถึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนท้ายจากการเบรกกะทันหัน
ถนนรังสิต-นครนายก (หน้า มทร.ธัญบุรี คลอง 6)
จุดศูนย์กลางการเดินทางของฝั่งธัญบุรีที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญ มีจุดตัดที่ต้องระวังคือเลนทะแยงที่รับรถตัดข้ามมาจากฝั่งโรงพยาบาลธัญบุรี สภาพการจราจรบริเวณนี้จะหนาแน่นขั้นวิกฤตในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็น โครงสร้างถนนมีความเปราะบางต่อการติดขัด หากเกิดกรณีรถจอดเสียเพียงคันเดียวในช่องทางด้านซ้าย หรือมีอุบัติเหตุเล็กน้อยบริเวณจุดกลับรถ จะส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาจราจรเป็นอัมพาตสะสมเป็นวงกว้างและระบายรถได้ยาก
สำหรับใครที่ต้องใช้ถนนย่านรังสิต – ธัญบุรีควรทำความรู้จักกับเบอร์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 1193 (ตำรวจทางหลวง), 1543 (ทางด่วน), 1137 (จส.100), 1644 (สวพ.91), 191 และ 1669 เพื่อเตรียมรับมือเหตุไม่คาดฝัน โดยเฉพาะเมื่อต้องสัญจรผ่าน 3 จุดเสี่ยงหลักที่รถมักติดและจอดเสียบ่อย ได้แก่ จุดตัดต่างระดับรังสิต-แยกบางพูน ซึ่งเป็นคอขวดทางลาดชันที่รถบรรทุกมักเสียจนท้ายแถวสะสมยาว ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง 1-3) แหล่งชุมชนที่มีจุดกลับรถเยอะ บีบให้รถต้องเบรกสลับหยุดนิ่งจนเสี่ยงเครื่องยนต์ร้อนจัดและเกิดการชนท้าย และหน้า มทร.ธัญบุรี (คลอง 6) จุดตัดเชื่อมต่อสำคัญที่จราจรวิกฤตช่วงเร่งด่วน หากมีรถเสียกีดขวางเพียงคันเดียวจะส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตเป็นวงกว้างทันที