รถน้ำมัน vs รถ EV เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเห็นรถยนต์ไฟฟ้าบ่อยขึ้น ทั้งยี่ห้อที่คุ้นหู รวมถึงยี่ห้อใหม่ ๆ ที่แปลกตา หลายคนจึงเกิดคำถามว่า หากต้องตัดสินใจซื้อรถคันแรก ระหว่างรถน้ำมันกับรถยนต์ไฟฟ้า ควรเลือกแบบไหนดี ในบทความนี้จึงจะพามาเปรียบเทียบข้อแตกต่างของรถน้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่มีข้อสงสัยในเรื่องนี้
รถยนต์ไฟฟ้า คืออะไร
รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV (Electric Vehicle) คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งที่เห็นผ่านตาบ่อย ๆ ก็คงจะเป็นยี่ห้อ Tesla, BYD, NETA, GWM, Chery แต่ละยี่ห้อก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไป แต่หลัก ๆ รถยนต์ไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบในการทำงานที่เหมือนกัน 3 ส่วน คือแบตเตอรี่ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้า
จุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าคือจะไม่มีท่อไอเสีย ขับขี่เงียบ สามารถเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เนื่องจากระบบกลไกไม่ซับซ้อนและไม่มีการเผาไหม้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาการชาร์จ และสถานีชาร์จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัดของรถน้ำมันและรถ EV
รถน้ำมัน และรถยนต์ไฟฟ้า มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งในหัวข้อนี้จะพามาเปรียบเทียบไปพร้อมกัน
แหล่งพลังงาน
- รถยนต์ไฟฟ้า จะใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะต้องชาร์จแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน โดยการชาร์จแบตจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่า
- รถน้ำมัน จะใช้น้ำมันเป็นพลังงานขับเคลื่อน ใช้เวลาเติมไม่นาน จึงสะดวกกว่าเมื่อต้องการประหยัดเวลา

ค่าบำรุงรักษา
- รถยนต์ไฟฟ้า มีส่วนประกอบและระบบน้อย ไม่มีเครื่องยนต์แบบลูกสูบ ไม่มีชุดเกียร์หลายจังหวะ ไม่มีระบบท่อไอเสีย หรือระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง จึงทำให้บำรุงรักษาได้ง่าย และไม่ต้องเข้าอู่บ่อย ๆ
- รถน้ำมัน จะต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง และของเหลวอื่น ๆ ตามระยะที่กำหนด ซึ่งถ้าหากละเลยอาจส่งผลต่อเครื่องยนต์ได้
ค่าใช้จ่าย
- ปฏิเสธไม่ได้ว่าการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งครั้ง ประหยัดกว่าการเติมน้ำมัน อีกทั้งยังวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรอีกด้วย
- ในมุมของรถที่ใช้น้ำมัน ในปัจจุบันน้ำมันราคาสูงขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเยอะกว่ารถยนต์ไฟฟ้า
การขับขี่
- ในมุมของการขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้า จะมีแรงสั่นสะเทือนน้อย และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบายขึ้น อีกทั้งยังตอบสนองไว เพราะไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์อีกด้วย
- รถน้ำมัน ยิ่งเครื่องยนต์ใหญ่ ก็จะยิ่งออกตัวได้เร็วขึ้น แต่ถ้าหากเครื่องขนาดเล็กก็อาจจะตอบสนองช้ากว่ารถยนต์ไฟฟ้าได้
สถานีชาร์จและปั๊มน้ำมัน
- ในปัจจุบัน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในต่างจังหวัด หรือหลาย ๆ พื้นที่ก็ยังคงมีจุดชาร์จที่ไม่ครอบคลุม ดังนั้น ถ้าจะเดินทางไปต่างจังหวัด จึงควรจะต้องวางแผนล่วงหน้าดี ๆ
- ในส่วนของรถน้ำมัน จะสะดวกกว่าตรงที่มีปั๊มน้ำมันอยู่ทั่วประเทศ อีกทั้งยังสามารถเติมโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน ทำให้มีความสะดวกมากขึ้น

ราคาซื้อขาย
- ราคาซื้อรถไฟฟ้าจะค่อนข้างสูง เพราะต้นทุนแบตเตอรี่จะค่อนข้างสูง แต่ราคาขายต่อของรถยนต์ไฟฟ้ายังมีการผันผวนสูง เนื่องจากตลาด EV มือสองในไทยเพิ่งเริ่มเติบโต ส่งผลให้ราคามือสองของรุ่นก่อนตกลงเร็วกว่า
- สำหรับรถน้ำมัน ราคาซื้อขายจะค่อนข้างดีกว่า เพราะสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ โดยเฉพาะแบรนด์ที่เป็นที่นิยมและมีตลาดรองรับ อะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการมีจำนวนมาก
การปล่อยมลพิษ
- ในมุมนี้ รถไฟฟ้าจะไม่ปล่อยควันหรือมลพิษ เพราะไม่มีท่อไอเสีย จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
- รถน้ำมัน จะมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกมาโดยตรง
รถน้ำมัน เหมาะกับใคร
รถน้ำมัน เหมาะกับคนที่เดินทางข้ามจังหวัดบ่อย ๆ เพราะรถน้ำมันจะสามารถใช้งานได้หนัก และเดินทางได้ไกล โดยไม่จำเป็นต้องแวะชาร์จ ไม่ต้องวางแผนการเดินทางให้วุ่นวาย นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ต้องการความมั่นใจเรื่องอะไหล่ และศูนย์บริการด้วย

รถ EV เหมาะกับใคร
รถยนต์ไฟฟ้า เหมาะกับคนที่ขับในเมือง เพราะมีสถานีชาร์จหลากหลาย รวมถึงคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย อย่างค่าน้ำมัน และค่าบำรุงรักษา
รถยนต์ไฟฟ้า และรถน้ำมัน มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้วการจะเลือกว่าจะใช้รถแบบไหน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
ถ้าหากเดินทางไกลบ่อย ๆ ต้องการความสะดวกสบายในเรื่องเชื้อเพลิง รถน้ำมันจะเหมาะกว่า ในขณะที่ถ้าหากขับในเมืองเป็นหลัก รถไฟฟ้าจะช่วยประหยัดได้ดีกว่า
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถ แนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และประเมินปัจจัยต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews

