ยิวยิตสู ศิลปะป้องกันตัวที่ใช้เทคนิคสยบกำลัง
“ยิวยิตสู” เป็นศิลปะป้องกันตัวที่มีต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศิลปะป้องกันตัวที่ช่วยขัดเกลาทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กับการป้องกันตัว
อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ยิวยิตสูกลับมีคนรู้จักไม่มากนัก เพราะเป็นรูปแบบการต่อสู้บนพื้น เน้นเทคนิคการปล้ำและการจับล็อค แตกต่างจากมวยไทยหรือเทควันโดที่เน้นการเตะต่อยอย่างรวดเร็วเร้าใจ
ในบทความนี้จึงอยากจะพามาทำความรู้จักยิวยิตสูให้มากขึ้น ตั้งแต่ความหมาย ไปจนถึงข้อดี และแนวทางการฝึกยิวยิตสู

ยิวยิตสู คืออะไร
ยิวยิตสู (Jujutsu) คือศิลปะป้องกันตัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1333-1573 โดยเป็นเทคนิคที่ซามูไรในยุคนั้นใช้ในการต่อสู้และป้องกันตัวโดยไม่พึ่งอาวุธ ซึ่งในอดีตยิวยิตสูสามารถใช้เทคนิคการเตะ ต่อย ทุ่ม จับล็อค รวมถึงการหักแขนขาของอีกฝ่ายได้อย่างอิสระ จึงมีความอันตรายและจำกัดอยู่ในหมู่นักรบ

หลังจากนั้นจึงได้มีการดัดแปลงเป็น บราซิลเลียนยิวยิตสู (Brazilian Jiu-Jitsu: BJJ) ซึ่งตัดการชกต่อยออกไป เน้นการต่อสู้ในท่านอน อย่างการปล้ำจับล็อค เน้นใช้เทคนิคและกลยุทธ์มากกว่าการใช้กำลังในการเอาชนะ จึงทำให้ยิวยิตสูได้รับฉายาว่าเป็นหมากรุกมนุษย์ และเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ให้คนตัวเล็ก สามารถเอาชนะคนตัวใหญ่ได้นั่นเอง
ใครเหมาะกับยิวยิตสู
ยิวยิตสู เป็นศิลปะป้องกันตัวที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังสามารถฝึกได้ตั้งแต่เด็ก เพราะนอกจากจะใช้ป้องกันตัว ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น สร้างสมดุลร่างกาย และพัฒนาทักษะการตัดสินใจที่รวดเร็วได้อีกด้วย
ข้อดีของยิวยิตสูต่อสุขภาพ
แม้ว่าในอดีตยิวยิตสูจะเป็นศิลปะป้องกันตัวที่อันตราย แต่ในปัจจุบันยิวยิตสูถือเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ปลอดภัย และสามารถฝึกฝนได้ในระยะยาว โดยมีข้อดี ดังนี้
- พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว: การฝึกยิวยิตสู จะช่วยให้สมองและกล้ามเนื้อจดจำการเคลื่อนไหว และทำให้ควบคุมร่างกายได้ดี แขนขาเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่น: การฝึกยิวยิตสู เป็นการฝึกกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย จึงช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น และมีความคล่องตัวมากขึ้น
- เสริมความมั่นใจ: เมื่อสามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ขณะฝึกซ้อมยิวยิตสู จะช่วยให้ความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้น
- ฝึกสมาธิและความอดทน: การฝึกยิวยิตสู จะต้องมีสมาธิตลอดเวลา และอาศัยความอดทนในสถานการณ์ที่กดดัน ซึ่งช่วยพัฒนาสมาธิในการใช้ชีวิตประจำวันได้
- ลดความเครียด: การออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟินที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และลดฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด
- สร้างวินัย: การฝึกยิวยิตสู จะต้องอาศัยความสม่ำเสมอ และความตั้งใจ ซึ่งช่วยปลูกฝังวินัยให้สามารถนำไปใช้ในมุมอื่น ๆ ของชีวิตได้

การเตรียมตัวก่อนฝึกยิวยิตสู
ยิวยิตสู ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง ก่อนการฝึกจึงควรมีการเตรียมตัวทั้งร่างกาย และอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างเหมาะสม ดังนี้
- เข้ารับการฝึกเบสิคอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
- ฝึกความยืดหยุ่นพื้นฐาน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- เตรียมชุดฝึกที่เหมาะสม และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม
ข้อควรระวังในการฝึกยิวยิตสู
แม้ว่าการบาดเจ็บในยิวยิตสูจะมีอัตราต่ำเมื่อเทียบกับกีฬาปะทะอื่น ๆ เพราะฝึกบนพื้นยางและเน้นการปล้ำจับล็อค แต่ก็ยังมีข้อควรระวัง ดังนี้
- ไม่ใช้อารมณ์ในการฝึก ควรมีมารยาท และควบคุมความรุนแรง
- เมื่อรู้สึกเจ็บควรส่งสัญญาณยอมแพ้ทันที เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ
- ฝึกในท่าที่ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะเมื่อซ้อมกับมือใหม่ ให้เน้นความนุ่มนวลและโฟกัสที่เทคนิคมากกว่ากำลัง
- มีการสื่อสารอยู่ตลอดเวลา
- เว้นระยะห่างจากคู่ซ้อมคู่อื่นบนเบาะให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการชนกัน

ยิวยิตสู เป็นศิลปะป้องกันตัวที่มีแนวคิด “ความอ่อนน้อมสยบความแข็งแกร่ง” ทำให้ผู้ที่มีรูปร่างเล็กสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าได้ เหมาะกับคนที่กำลังมองหากีฬาที่พัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน อีกทั้งยังสามารถเริ่มต้นได้ทุกช่วงวัย แนะนำให้เลือกสถานที่ฝึกที่ได้มาตรฐาน และเรียนรู้พื้นฐานอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม ขอให้สนุกกับการออกกำลังกายครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews