ส่อง “อดีตรัฐบาลไทย” กับ “ศาลโลก”
จังหวะวันนี้ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่กรุงพนมเปญ ประชุมเป็นวันที่ 2 หลังเมื่อวานมีรายงานการสะดุดจากที่ฝ่ายกัมพูชาไม่พอใจที่ฝ่ายไทย ภายใต้การนำของ “นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” ประธาน JBC โดย ทางฝ่ายไทยออกมาแถลงข่าวก่อน อยู่ ๆ “พล.อ.ฮุน มาเนต” นายกเขมร ได้ โพสต์FB ปฏิเสธกลไกการเจรจาระดับทวิภาคี อย่าง JBC โดย แสดงหนังสืออย่างเป็นทางการที่กัมพูชาเลือก กฎหมายระหว่างประเทศและสันติภาพ
“ศึกเขมร-ศึกหมอคนชั้น14” ฮุนเซน สมศักดิ์ ทักษิณ (คนละ)เรื่องเดียวกัน
“รังสิมัน โรม” แห่งพรรคเด็กประชาชน(ปชน.) ตั้งคำถามการเชื่อมโยงไทม์ไลน์ 2-3 เหตุการณ์สำคัญในช่วงนี้ ที่ล้วนสัมพันธ์กัน อันส่งผลกระทบทั้งมิติการเมืองภายในและภายนอก อย่างกรณี “ศึกเขมร” ที่จะมีการประชุมกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา JBC ที่กรุงพนมเปญ (14มิ.ย.) กับ คดีคนชั้น14 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวน “ทักษิณ”
3 วันอันตราย “ทักษิณ ฮุนเซน อิ๊งค์” กลางศึกเขมร?
ระหว่างกลาง “ศึกเขมร” ที่วันนี้(11มิ.ย.) “นายกอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” ได้ฤกษ์ลงไปดูพื้นที่ชายแดนที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ และไปมี ดราม่าปม ปิด-เปิดด่านชายแดนไทย-เขมร ที่ “นายกฯอิ๊งค์” อยากให้เปิดเวลาตรงกับฝั่งเขมรเพื่อ ไม่ให้ส่งผลกระทบประชาชน กระทบเศรษฐกิจชายแดน กับ “บิ๊กกุ้ง-พลโท บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาค2 เจ้าของ “ไอเดีย” ปิดด่านชายแดน
JBC มีไว้ทำไม Vs ทหารปิดด่านชนะ “ฮุนเซน-เขมร”
คู่ขนานในสถานการณ์ ในจังหวะ “ศึกนอก”ประเทศกัมพูชา จ้องรุกล้ำแผ่นดินประเทศไทย โดยใช้โมเดล “เขาพระวิหาร”ที่ไทยเคยเสียท่า ปั่นกระแส “ชาตินิยม”สร้างสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดน ชวนไป “ศาลโลก”โดยหวังเคลม 3ปราสาท ตาเหมือนธม ตาเมือนโต๊ด และ ตาควาย
เขมร “ฮุนเซน” ไม่จบ – “อิ๊งค์-อ้วน” จบ
แม้จากข้อมูลของกองทัพไทยจะมี “สัญญานบวก”สถานการณ์ “ศึกช่องบก”ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ได้มีการถอนกำลังของ “ทหารเขมร”จากบริเวณจุดพิพาทที่ลุกล้ำเข้ามาฝั่งไทยบริเวณ “ช่องบก” โดยซ้ำทับซ้ำด้วยภาพ การกลบ “สนามเพลาะ”ที่ขุดล้ำดินแดน และภาพ“ทหารหน้างาน”2ฝ่ายจับมือกัน
ส่อง9นายกฯไทยใน “ศึกเขมร” ไม่รู้จบ?
สถานการณ์ศึกไทยเขมรที่ลุกลามบานปลายมาสู่การปิดด่าน ชายแดน ประกาศกฎอัยการศึกพร้อมรบของกองทัพไทย จนทำให้“ฮุนเซ็น”พ่อนายก“ ฮุนมาเนต“ออกมาโวยวันนี้ หลังจากที่ก่อนหน้า ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาล”นายกอิ๊งค์“ถูกวิจารณ์ถึงบทบาท ความเข้าใจ ในการจัดการสถานการณ์นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปืนลั่นที่ช่องบก( 28 พฤษภา68) ทำให้น่าสนใจ ย้อนกลับไปดูบทบาทของ”นายกไทย”ที่ผ่านมา ในความเกี่ยวข้อง นับตั้งแต่เหตุเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่กรณี“เขาพระวิหาร” ที่เคยถูกเขมรลากขึ้นศาลโลก ที่เพิ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อปี66จนถึง ช่องบก ที่มี“สารตั้งต้น” มาจากทั้งการเมืองชาตินิยม ผลประโยชน์ธุรกิจ ถึงผลประโยชน์ชาติ ตั้งแต่ร่องรอย ที่ขยายมาจากเรื่องราวของMOU 44 ที่ขยายปมมาจาก MOU43ผนวกเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองในเขมรกับความนิยมของ“นายกฮุนมาเนต”
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด Vs “นายกอิ๊งค์” เหวี่ยง
สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรจากเหตุ “ปืนลั่นที่ช่องบก”ตั้งแต่28พ.ค.68 ที่เป็นจุดสตาร์ท “ความบานปลาย” กลายเป็น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา เมื่อผู้นำเขมร2พ่อลูก “ฮุนเซน” “ฮุนมาเนต” ทั้งขยี้ทั้งยั่วทั้งปลุกกระแสชาตินิยมผ่านสื่อ และสั่งทหารรุกคืบบริเวณ “จุดพิพาท”ล้ำเข้ามายังดินแดนไทย เพื่อใช้เรื่องทั้งหมด ไปเป็นองค์ประกอบหลักฐาน การดันขึ้นสู่การพิจารณาของ “ศาลโลก” ตามทิศทางที่เคยทำกับกรณี “เขาพระวิหาร”
บทจบ3เส้า ทักษิณVsอนุทิน& “เท้ง” ประชาชน
ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก่อนที่สภาจะผ่านงบประมาณ69 วาระแรก ปรากฏร่องรอยกระเพื่อมทางการเมือง กับการเปิดศึกท้าทายทางการเมืองกันในที ระหว่าง “ทักษิณ ชินวัตร”ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย “พ่อนายกอิ๊งค์” กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล”รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จนนำมาสู่การประกาศทวงคืนกระทรวงมหาดไทย