“ธรรมนัส”ลั่นนักการเมืองไม่ทำงานอย่าเลือก ขอคะแนนกธ.ยกทีม
“ธรรมนัส”บุกเชียงใหม่ ขอคะแนนให้ผู้สมัครคนเหนือแท้ ยกทีม “กล้าธรรม” ครบ 10 เขต ลั่น นักการเมืองไม่ทำงานอย่าเลือก ขณะ “ปวีณา” จับเข่าคุยชาวนา หนองจอก รับฟังปัญหาราคาปุ๋ย–น้ำมันแพง ดันต้นทุนปลูกข้าวพุ่ง
ที่สนามกีฬากลาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 10 เขตของพรรค ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมรับฟังจำนวนมาก
ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้พบปะทักทายประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนนำผ้าขาวม้ามาคาดเอว สวมพวงมาลัย มอบส้มเป็นกำลังใจ และขอถ่ายภาพร่วมเป็นจำนวนมาก สะท้อนกระแสความนิยมของพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ภาคเหนือ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดใหญ่ และการลงพื้นที่ในครั้งนี้ตนเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มจากอำเภอดอยเต่า ต่อด้วยอำเภอเชียงดาว และมาสิ้นสุดที่อำเภอฝาง รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร เพื่อพบปะประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องเลือก “ผู้แทนราษฎรที่ทำงานจริง” ไม่ใช่เลือกคนไปเป็นเจ้าคนนายคน
“บางคนตอนหาเสียงยกมือไหว้แทบจะกราบ ขอความเมตตาจากประชาชน แต่พอได้รับเลือกแล้ว โทรไปไม่รับ เจอหน้าไม่หัน แบบนี้ไม่ควรเลือก การเลือกตั้งคือการเลือกคนเข้าไปใช้งาน ไม่ใช่ยกย่องให้มีอำนาจเหนือประชาชน”
พร้อมย้ำว่า หากประชาชนในพื้นที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ เลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรมเข้าไปทำหน้าที่ ขอให้จำไว้เสมอว่า ผู้แทนคือ “ขี้ข้าของประชาชน” และไม่ว่ากรณีใดต้องยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินว่า ในช่วงการรัฐประหารที่ผ่านมา มีการยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่รัฐจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากจนกว่า 6,000 ไร่ โดยไม่ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ในช่วงที่ตนเข้ามาทำงาน ได้ดำเนินการคืนที่ดินให้เกษตรกรเป็นรายบุคคล เพื่อให้สามารถทำกินได้จริง
พร้อมผลักดันการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และมีนโยบายเปลี่ยนโฉนดครุฑสีเขียวเป็นครุฑสีแดง รวมถึงแก้ปัญหาที่ดินอยู่อาศัยในพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์

“ถ้าหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลชุดนี้ยังทำงานต่อ ผมจะลงพื้นที่แก้ปัญหาที่ดินให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”พร้อมย้ำด้วยว่า หากประชาชนเลือกพรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 จะได้ตนเข้าไปทำงานดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา
พรรคกล้าธรรมได้ดูแลพี่น้องชาวเชียงใหม่มาโดยตลอด ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งสามารถสานต่อนโยบายได้ทันที พร้อมขอให้ประชาชนเลือก “คนเมืองเหนือแท้” เข้าไปเป็นตัวแทนชาวบ้านและเกษตรกร
ขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพมหานคร นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายนพดลชัย ประภัสสิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 17 เบอร์ 12 และคณะผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่พบปะตัวแทนชาวนาและเกษตรกร บริเวณทุ่งนา แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนโดยตรง

ตัวแทนชาวนา ระบุว่า รู้สึกดีใจที่ได้พบ นางปวีณา ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เนื่องจากยังจดจำบทบาทในอดีตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการระบาดของหอยเชอรี่ในนาข้าว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา นางปวีณาได้นำปัญหาเข้าสู่สภาฯ และผลักดันให้มีการรณรงค์กำจัดอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมการนำหอยเชอรี่มาใช้ประโยชน์ สร้างรายได้และพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้เกษตรกรทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชาวนาในพื้นที่หนองจอกยังคงประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ทั้งราคาปุ๋ยและน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการปลูกข้าวสูงขึ้น จึงอยากให้พรรคการเมืองเข้ามาช่วยแก้ไขอย่างจริงจัง
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า รู้สึกผูกพันกับพื้นที่หนองจอกเป็นอย่างมาก และยังจำเหตุการณ์ประทับใจในอดีตได้ไม่ลืม พร้อมย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากรับฟังปัญหาชาวนาแล้ว ยังมองเห็นศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยเฉพาะการฟื้นฟู “ตลาด 100 ปี หนองจอก” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“รายได้ของประเทศมาจากการท่องเที่ยวและการส่งออก ดังนั้นพื้นที่หนองจอกสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชุมชน สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน สอดคล้องกับนโยบายพรรคกล้าธรรมที่ต้องการผลักดันเมืองรองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





