ก่อนทำประกันชีวิต ควรถามตัวแทนเรื่องอะไรบ้าง ?
การทำประกันชีวิตเป็นการวางแผนทางการเงินระยะยาวที่มีผลต่อทั้งตัวผู้เอาประกันและครอบครัวในอนาคต แต่หลายคนตัดสินใจทำประกันโดยยังไม่เข้าใจรายละเอียดอย่างถ่องให้ ทำให้ภายหลังเกิดปัญหา เช่น เบี้ยแพงเกินไป ความคุ้มครองไม่ตรงจุด หรือเข้าใจสิทธิประโยชน์ผิดพลาด ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิต การตั้งคำถามกับตัวแทนอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
ประกันชีวิตฉบับนี้เหมาะกับเป้าหมายของเราหรือไม่ ?
คำถามแรกที่ควรถามตัวแทนคือ ประกันชีวิตแบบนี้ตอบโจทย์เป้าหมายของเราหรือไม่ เช่น ต้องการคุ้มครองครอบครัว ต้องการออมเงิน หรือเน้นลดหย่อนภาษี เพราะประกันชีวิตมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบคุ้มครองล้วน สะสมทรัพย์ หรือควบการลงทุน หากเลือกไม่ตรงเป้าหมาย อาจจ่ายเบี้ยไปโดยไม่ได้ประโยชน์สูงสุด
ต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าไร และนานแค่ไหน ?
หลายคนสนใจแต่ความคุ้มครองโดยลืมดูภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ควรถามให้ชัดเจนว่า ต้องจ่ายเบี้ยปีละเท่าไร จ่ายกี่ปี และสามารถผ่อนชำระได้หรือไม่ รวมถึงถามว่า หากในอนาคตมีปัญหาทางการเงิน จะสามารถลดเบี้ย พักชำระ หรือปรับแผนได้หรือเปล่า
ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง ?
อย่าลืมสอบถามรายละเอียดความคุ้มครองให้ชัดเจนว่า ประกันชีวิตให้ความคุ้มครองกรณีใดบ้าง เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือโรคร้ายแรง และมีวงเงินคุ้มครองเท่าไร รวมถึงถามถึงข้อยกเว้นต่าง ๆ เพราะหลายกรณีที่ผู้เอาประกันเข้าใจผิดว่าคุ้มครอง แต่จริง ๆ แล้วอยู่ในเงื่อนไขยกเว้น
เงินคืนหรือผลตอบแทนได้เท่าไร ?
หากเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือออมเงิน ควรถามถึงเงินคืนที่ได้รับในแต่ละช่วง และเมื่อครบสัญญาจะได้รับเงินรวมเท่าไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนโดยประมาณ เพื่อเปรียบเทียบกับการออมรูปแบบอื่น จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?
สำหรับผู้มีรายได้ประจำ ประกันชีวิตเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้ ควรถามตัวแทนให้ชัดเจนว่า แบบประกันที่เลือกสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ และลดหย่อนได้สูงสุดเท่าไร เพื่อวางแผนภาษีให้เหมาะสมกับรายได้ของตนเอง
หากยกเลิกกลางคันจะเกิดอะไรขึ้น ?
อีกคำถามที่สำคัญแต่หลายคนมองข้าม คือ หากจำเป็นต้องยกเลิกประกันชีวิตก่อนครบสัญญา จะได้รับเงินคืนหรือไม่ และจะขาดทุนมากน้อยแค่ไหน การเข้าใจเงื่อนไขนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบและไม่เสียประโยชน์ในระยะยาว
บริษัทประกันและการบริการหลังการขาย
สุดท้าย ควรถามถึงความมั่นคงของบริษัทประกัน ช่องทางติดต่อ และการดูแลหลังการขาย เช่น การเคลม การเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือการขอคำปรึกษาเพิ่มเติม เพราะประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว การได้รับบริการที่ดีจึงมีความสำคัญไม่แพ้ความคุ้มครอง
การตั้งคำถามกับตัวแทนประกันชีวิตอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้คุณเลือกแบบประกันที่เหมาะสม คุ้มค่า และตอบโจทย์ชีวิตในระยะยาวได้อย่างแท้จริง





