“พีระพันธุ์”ปลุกคนไทยอย่าหลงวาทกรรม “เลือกเชิงยุทธศาสตร์”ย้ำกาเบอร์ 6
“พีระพันธุ์”เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ ปลุกคนไทยกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง อย่าหลงวาทกรรม “เลือกเชิงยุทธศาสตร์” ย้ำกาเบอร์ 6 รวมไทยสร้างชาติทั้งประเทศ
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแกนนำและผู้บริหารพรรคอาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก
นายพีระพันธุ์ ประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง” โดยย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนไม่ควรถูกบีบให้ตกอยู่ในเกมการเมืองหรือวาทกรรมแบบเดิม ๆ ที่อ้างคำว่า“เลือกเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อสร้างความกลัวและชี้นำให้ประชาชนเลือกตามผลประโยชน์ของนักการเมืองบางกลุ่ม มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน

ทั้งนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คำว่ายุทธศาสตร์การเลือกตั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือบังคับประชาชนให้เลือกตามเกมที่วางไว้ล่วงหน้า สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์คือผู้มีอำนาจ งบประมาณ และตำแหน่งขณะที่ชีวิตของประชาชนยังไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมตั้งคำถามถึงการเมืองแบบแบ่งสี ว่าสุดท้ายสีที่ถูกนำมาอ้างความดีงามก็ถูกผสมจนไม่เหลือความแตกต่าง และอาจเป็นเพียง “สีย้อมผ้า” ทางการเมืองเท่านั้น
นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยืนหยัดในจุดยืน “สีขาว” ที่ไม่ยอมถูกย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ ยึดมั่นในหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยไม่ใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมืองและไม่จำเป็นต้องโหนกระแสใดเพื่อสร้างคะแนนนิยม
พร้อมกันนี้ ยังย้ำถึงนโยบายด้านปากท้องว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคแรกที่กล้าพูดอย่างตรงไปตรงมาเรื่องการลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพ และค่าพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันและแก๊ส ที่หลายพรรคหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง
นายพีระพันธุ์ ยกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาในการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม แม้ต้นทุนจะสูงแต่ไม่เคยผลักภาระให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นภายหลังว่าใครคือผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงพร้อมย้ำว่า “ยุทธศาสตร์ของประชาชน” คือการเลือกแล้วต้องเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากภาษีที่จ่ายไป ไม่ใช่ยุทธศาสตร์เพื่อช่วงชิงอำนาจของใครบางคน

ส่วนในประเด็นความมั่นคงชายแดน นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าหลายพรรคเพิ่งหยิบยกมาพูดในช่วงหาเสียง ทั้งที่ในอดีตไม่เคยให้ความสำคัญกับทหารหรือพื้นที่ชายแดนพร้อมยืนยันว่า รวมไทยสร้างชาติทำงานเคียงข้างทหารและดูแลความมั่นคงของประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี โดยไม่ต้องรอฤดูเลือกตั้ง
ด้านนโยบายพลังงาน นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า หากได้รับโอกาสจะสามารถลดค่าไฟฟ้าได้อีก 50 สตางค์ เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วยอย่างเป็นรูปธรรม และตั้งเป้าว่าภายใน 4 ปี นโยบายพลังงานของพรรคจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังประกาศเดินหน้าปฏิรูประบบการศึกษาไทย ภายใต้นโยบาย “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน” โดยเสนอให้ยกเลิกระบบสอบเข้า ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวรายได้น้อย ลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง พร้อมแนวคิด “เรียนกี่ปีก็ได้ จบเมื่อพร้อม” เพื่อให้สามารถเรียนไปพร้อมกับการทำมาหากินได้โดยไม่ถูกตัดโอกาส
นายพีระพันธุ์ ย้ำทิ้งท้ายว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เล่นเกมการเมือง ไม่ขายอุดมการณ์ และจะยืนหยัดทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดว่า “ประชาชนไม่ใช่หมากบนกระดานการเมือง”พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ กาเบอร์ 6 เพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตนเองและประเทศด้วยมือของประชาชนอย่างแท้จริง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





