Home
|
ข่าว

ชาวนาร้อยเอ็ดกว่า 20 คน แจ้งความถูกนำชื่อสวมสิทธิเสียภาษีให้เอกชน

Featured Image
ชาวนาร้อยเอ็ดกว่า 20 คน แห่แจ้งความถูกนำชื่อสวมสิทธิเสียภาษีให้ บ.เอกชน จ.ปทุมธานี โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

กลุ่มชาวบ้านกว่า 20 คน ซึ่งมีอาชีพเป็นชาวนาและเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติหรือกองทุนเงินล้าน หอบเอกสารเดินทางมาจาก หมู่ 5 บ้านขว้างใหญ่ ต.มะบ้า อ.ทุ่งเขาหลวงจ.ร้อยเอ็ด เพื่อเข้าแจ้งความ ที่ สภ.ทุ่งเขาหลวง หลังถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อร่วมเสียภาษีกับบริษัทดังกล่าว ให้กับสรรพากร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567-2568

 

ด้านนางสาวบุญเรียน กอชารี หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เนื่องจากมีผู้เสียหายคนแรก ถูกสรรพากรเรียกให้ไปจ่ายภาษี 180,000 บ. เพราะมีรายได้เกิน 1,800,000 บ./ปี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ จ.ปทุมธานี แต่ความเป็นจริงผู้เสียหายคนแรก ไม่ได้รู้จักบริษัทดังกล่าว และไม่เคยมีรายได้จากบริษัทนี้ด้วย จึงโทรสอบถามบริษัท จ.ปทุมธานี จนทราบว่า ข้อมูลส่วนตัวถูกนำออกจากหมู่บ้านผ่านคนในชุมชน

จึงให้บริษัทดังกล่าวรับผิดชอบจ่ายภาษีไป หลังจากนั้นผู้เสียหายรายแรกจึงออกมาเตือนสมาชิกกองทุนเงินล้าน หมู่ 5 บ.ขว้างใหญ่ ว่าให้ไปตรวจสอบข้อมูลที่สรรพากร เมื่อตนไปตรวจ พบว่าถูกนำชื่อไปใช้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท จ.ปทุมธานี เช่นกัน และมีรายได้จากบริษัทนี้ เดือนละ 60,000 บ. ทำให้มีรายได้ต่อปี เมื่อ พ.ศ.2568 อยู่ที่ 450,000 บ. เมื่อคำนวณแล้วต้องเสียภาษี 7,000 บ.

ซึ่งมียอดชำระให้แล้ว เป็นชำระเกิน อยู่ที่ 13,500 บ. โดย น.ส.บุญเรียน ยืนยันว่า ไม่เคยไปทำงานกับบริษัทแห่งนี้ ส่วนตัวรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาดในร้านค้า อยู่ที่ อ.เสลภูมิ มีรายได้เดือนละ 9,000 บ.จึงไปแจ้งความเพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของบริษัทดังกล่าว พร้อมเอาผิดผู้นำข้อมูลให้บริษัทนี้ด้วย

 

ขณะนายสมัย ดาสันทัด หนึ่งในสมาชิกกองทุนเงินล้านหมู่บ้าน บอกว่า ปกติมีอาชีพเป็นชาวนา และเป็นสมาชิกกองทุนเงินล้าน ไม่เคยเดินทางไปที่ จ.ปทุมธานี หรือแม้กระทั่งไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าวช่วงปี 2567-2568 แต่กลับพบข้อมูลในระบบสรรพากรว่า มีรายรวมได้ต่อปีหลายแสนบาท เช่นปี 2567 รายได้จากการอยู่ในบริษัท จ.ปทุมธานี ประมาณ 470,000 บาท

 

และล่าสุด ปี 2568 มีรายได้จากบริษัท จ.ปทุมธานี 2 แห่ง ที่แรก รายได้ 680,000 บ. อีกแห่ง รายได้ 700,000 บ. และมีการชำระภาษีแล้วประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ซึ่งทุกขั้นตอนนายสมัย และชาวบ้านที่เข้าแจ้งความถูกกระทำเหมือนกันหมด โดยที่ทุกคนยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น

 

ส่วน น.ส.นัฏกมล อินทร์ทอง ผู้เสียหายอีกรายเดินทางมาจากปากคลองตลาด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งความเอาผิดเช่นกัน เธอทำอาชีพที่ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่งแถวปากคลองตลาด บ้านของเธอมีภูมิลำเนาที่ หมู่ 5 บ.ขว้างใหญ่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อปี 2567 เคยถูกคณะกรรมการคนหนึ่ง ของกองทุนเงินล้านหมู่บ้าน มาขอบัตรประชาชน เพื่อนำไปค้ำประกันให้กับแม่ที่เป็นสมาชิก และกู้ยืมกองทุนเงินล้าน ซึ่งไม่ได้มีข้อสงสัยใดๆ กระทั่งปีนี้ 2569 ได้ลองไปตรวจสอบข้อมูลที่สรรพากร พบว่า ถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้เสรยภาษีให้บริษัท จ.ปทุมธานีเช่นกัน

 

ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ทางบริษัท จ.ปทุมธานี ขอเข้าไกล่เกลี่ยและยอมความ ซึ่งให้ข้อมูลว่า ข้อมูลบัตรประชาชน ถูกนำออกจากหมู่บ้าน ผ่านการให้บัตรประชาชนกับกองทุนเงินล้าน หมู่ 5บ.ขว้างใหญ่ เพราะมีหนึ่งในกรรมการกองทุน รู้จักกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท จ.ปทุมธานี

 

ด้านร้อยตำรวจเอกศราวุธ บุดดีคง พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งเขาหลวง ได้รับแจ้งความ หลังจากนี้จะเร่งรวบรวมหลักฐาน และเรียกผู้เสียหายมาให้ปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อรวบรวมเสร็จ จะออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube