First Class กับเงินกองทุนประกันสังคม ใครมีสิทธิ์นั่งบ้าง?!
วิจารณ์สนั่นหลัง ดราม่า ปม“ประกันสังคม” นั่งเฟิร์สคลาส สังคมถามหาความเหมาะสม หลายคนตั้งข้อสงสัย แล้ว บอร์ด “ประกันสังคม” ใช้งบจากไหนนั่งFirst Class
ตามหลักเกณฑ์การเดินทางไปราชการต่างประเทศโดยเครื่องบินซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ระบุชัดว่า ไม่ใช่ใครก็สามารถนั่ง First Class ได้ สิทธิ์ดังกล่าวถูกกำหนดตาม “ตำแหน่งหน้าที่” และ “ระยะเวลาการเดินทาง” อย่างเป็นทางการ
สำหรับกลุ่มที่มีสิทธิ์นั่ง First Class ได้โดยอัตโนมัติ คือ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดของประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานและรองประธานรัฐสภา ประธานและรองประธานวุฒิสภา ปลัดกระทรวง รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ซึ่งไม่ว่าการเดินทางจะใช้เวลากี่ชั่วโมง ก็มีสิทธิ์ใช้ที่นั่ง First Class ตามที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ประเด็นของบอร์ด “ประกันสังคม” สังคมยังตั้งคำถามต่อเนื่องว่า ใช้งบประมาณจากแหล่งใด ในการนั่ง First Class โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สำนักงานประกันสังคม หรือ สปส.ไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และมีสถานะเป็นกองทุนพิเศษของรัฐ
แหล่งเงินที่ใช้บริหารงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการ หรือบอร์ดประกันสังคมมาจาก “เงินกองทุนประกันสังคม” ซึ่งเป็นเงินสมทบจากลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินโดยตรงเหมือนองค์กรอิสระอย่าง กกต. หรือ ป.ป.ช.
การเบิกจ่ายค่าเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องบินหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จะต้องเบิกจากเงินกองทุนประกันสังคมและใช้ได้เฉพาะในภารกิจตามอำนาจหน้าที่ เช่น การประชุม การดูงาน การเข้าร่วมสัมมนาหรือภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน โดยทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคมและระเบียบการใช้จ่ายเงินกองทุนที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ 27 ม.ค. 69 นายพิพัฒน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณี หลังคุณ ไอซ์ รักชนก อ้างถึง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน
ใช้งบของประกันสังคมนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสดูงานที่ทิพย์ แต่ต่อมาได้แก้ไขว่านั่ง Business Class ซึ่งนายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า
“ในการเดินทางไปประชุมต่าง ๆ ผมเลือกที่จะนั่งบิสซิเนสคลาสเท่านั้น และยึดหลักการใช้เงินกองทุนฯ อย่างประหยัดและเท่าที่จำเป็นมาโดยตลอด
เพราะเป็นเงินของผู้ประกันตนที่ต้องนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของทุกท่าน เหตุการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความรับผิดชอบของผู้เผยแพร่ข้อมูล
การตรวจสอบข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง การไม่บิดเบือน กล่าวหาผู้อื่นโดยขาดจิตสำนึกและความเป็นธรรม ผมขอฝากถึงพี่น้องประชาชน
ให้ใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูลจากผู้เผยแพร่เหล่านี้ที่กระทำผิดซ้ำ ๆ อยู่ตลอดเวลา ผมขอยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
และจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไปครับ”
ท้ายที่สุด ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่า “ถูกระเบียบหรือไม่” แต่คือคำถามถึงความเหมาะสม และความคุ้มค่า ของการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินสมทบของผู้ประกันตนทั่วประเทศ





