ปชน.ขอกาให้ชนะขาดลอยปิดเกมรวมขั้วตั้งรัฐบาล”พิธา”มาแล้ว
พรรคประชาชน ปราศรัยใหญ่สามย่าน “ณัฐพงษ์” ตั้งเป้าชนะขาด 30-40 ที่นั่ง ปิดเกมรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาล ขณะ “ธนาธร–พิธา” แท็กทีมหนุน ชวน 25 ล้านเสียงยังไม่ตัดสินใจ กาพรรคส้ม
พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่องาน “เชื่อในประชาชน Trust The People” ที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 มกราคม 2569 นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรค ผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียงคนสำคัญ ร่วมขึ้นเวที เพื่อระดมพลังส่งนายณัฐพงษ์เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย
โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทุกช่วงอายุเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยผู้สมัคร สส. กทม. และบัญชีรายชื่อ ร่วมถ่ายภาพกับประชาชน พร้อมดอกไม้และสัญลักษณ์สีส้มเพื่อแสดงพลังสนับสนุนพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คือ การกลับขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้งของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้ร่วมงานอย่างมาก พร้อมด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ร่วมขึ้นเวทีส่งสารทางการเมืองอย่างเข้มข้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวบนเวทีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการร่วมกัน “ขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่” ให้กับประเทศ ย้ำว่า พรรคประชาชนไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังของประชาชนทั้งประเทศพร้อมย้อนภาพความภาคภูมิใจในอดีตของไทย ตั้งแต่ยุค “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” จนถึงการเป็นครัวของโลก พร้อมตั้งคำถามว่า ความภาคภูมิใจเหล่านั้นยังหลงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใดในปัจจุบัน

นายณัฐพงษ์ ย้ำอีกว่า แม้หลายคนจะรู้สึกหมดหวังกับการเมือง แต่ไม่อยากให้ยอมจำนน พร้อมชวนเปลี่ยนความคิดจากการเมืองแบบแบ่งขั้ว มาสู่การหลอมรวมพลังประชาชนเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทวงคืนอำนาจที่ควรเป็นของประชาชนกลับมา
“เขาบอกว่าพรรคส้มชนะไม่ได้ ชนะแล้วก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือได้เป็นรัฐบาลก็โดนสอย ผมไม่เชื่อ และพวกคุณพิสูจน์มาแล้วตลอด 8 ปี ว่าถึงจะถูกยุบ ถูกทำลายกี่ครั้ง แต่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่เคยหวนกลับ” และย้ำว่ากฎหมายและวาระก้าวหน้าหลายเรื่องผ่านสภาได้ เพราะพลังประชาชน

หัวหน้าพรรคประชาชน ยังตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า พรรคต้องชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง และทิ้งห่างพรรคอันดับสองอย่างน้อย 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันเกมรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแข่งพร้อมย้ำว่า หากประชาชนสนับสนุนอย่างถล่มทลาย จะสามารถปิดทุกช่องทางการปฏิเสธเจตจำนงของประชาชน และตั้ง “รัฐบาลประชาชน” ได้อย่างแน่นอน
ด้านนายธนาธร กล่าวบนเวทีว่า หลายฝ่ายพยายามสร้างวาทกรรมว่ารัฐบาลประชาชนเป็นไปไม่ได้ แต่ยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เพราะไม่มี สว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป หากพรรคประชาชนชนะอย่างท่วมท้น นายณัฐพงษ์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีทันที พร้อมชี้ว่า ข่าวลวงและการทำให้ประชาชนหมดหวัง คือเครื่องมือสุดท้ายของฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง
นายธนาธร ยังกล่าวถึง “สังคมที่บิดเบี้ยว” ซึ่งทำให้ความอยุติธรรม กลายเป็นเรื่องปกติ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนพิสูจน์มาแล้วว่า “เอาจริง” จากการทำงานตรวจสอบและผลักดันวาระก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องพร้อมยืนยันว่าพรรคเตรียมทีมบริหารประเทศไว้พร้อม หากได้รับโอกาสจากประชาชน

ขณะที่นายพิธา ให้สัมภาษณ์ภายหลังปราศรัยว่า รู้สึกคิดถึงบรรยากาศการหาเสียง และยืนยันว่าการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่อาจตัดสิทธิ์ความคิดถึงระหว่างตนกับประชาชนได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือก เบอร์ 46 ส่งนายณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี
นายพิธายังระบุว่า เวทีนี้ตั้งใจสื่อสารกับประชาชนราว 25 ล้านคน ที่ยังไม่ตัดสินใจหรือไม่เคยออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมชี้ว่าการเมืองควรกลับมาเป็นเรื่องของความหวัง ความสนุก และความเป็นไปได้ เหมือนบรรยากาศการเลือกตั้งปี 2566

ทั้งนี้ พรรคประชาชน ย้ำว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเมืองแห่งอนาคต ที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเป็นโอกาสร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อสร้างประเทศที่เท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีสำหรับทุกคน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





