“อนุทิน”เหน็บ“ณัฐวุฒิ”เป็นแค่ตัวตลกเรียกแขก แซะเศรษฐีเงินล้านพท.ไม่กระตุ้นศก.
“อนุทิน” เมิน “ณัฐวุฒิ” พาดพิงโหนชายแดน-กระแสรักชาติ เหน็บเป็นแค่ตัวตลกเรียกแขก จวกเศรษฐีเงินล้านเพื่อไทย แจกวันละ 9 คน 2 หมื่นปี คนไทยถึงจะรวยครบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยพาดพิงว่า นายอนุทิน “โหนชายแดน ใช้กระแสรักชาติหาเสียง” โดยระบุว่า ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไม่สบายใจ เพราะมองว่า ผู้ที่พูดถึงเนื้อหานโยบายจริง ๆ มีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นเพียงการเรียกความสนใจ ซึ่งในภาษาลิเกเรียกว่า “ออกแขก” คือทำหน้าที่เรียกคนดู ก่อนเริ่มการแสดงจริง พร้อมเปรียบว่า ในบางครั้งเมื่อการแสดงถึงทางตัน ก็ต้องเอาตัวตลกออกมาก่อน จึงไม่จำเป็นต้องไปโกรธ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง
กรณีที่นายณัฐวุฒิกล่าวถึงคำพูดของนายอนุทิน ที่ระบุว่า “ไม่ใช่หลานอังเคิล” นายอนุทิน ตอบกลับด้วยอารมณ์ขันว่า “เท่มากเลยครับ” พร้อมกล่าวว่า โชคดีที่ไม่ได้เป็น เพราะหากเป็น อาจเกิดความอัปยศอดสูอีกมากมาย พร้อมขอบคุณสำหรับคำพูดดังกล่าว
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่าหลังการเลือกตั้งจะเหลือขั้วการเมืองเพียงสองขั้ว และควรเลือกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อไม่ให้คะแนนแตก โดยนายอนุทิน ระบุว่า ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ความคิดของผู้อื่น ยืนยันทำงานตามบทบาทของตนเอง ไม่เคยพูดถึงหรือด้อยค่าพรรคการเมืองอื่น เพราะเชื่อว่า การแข่งขันที่แท้จริงคือการแข่งขันด้านนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชน การพาดพิงกันบนเวทีปราศรัยไม่ก่อประโยชน์ และมักเป็นการปกปิดข้อด้อยของตนเอง
สำหรับภาพลักษณ์ที่พรรคภูมิใจไทยถูกมองว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม นายอนุทิน ระบุว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง ตนคงไม่สามารถทำงานและตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่า การอนุรักษ์สิ่งที่ดีของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกัน สิ่งใดที่ต้องพัฒนา พรรคก็ไม่เคยลังเล
นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย ขอคะแนนจากประชาชนทุกกลุ่ม และเชื่อว่าคนไทยมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมขอให้พิจารณาผลงานของพรรค แม้จะเข้าร่วมรัฐบาลในระยะเวลาจำกัดก็ตาม
นายอนุทิน ยังถึงนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ตามนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ว่า มีความแตกต่างกับนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งนโยบายคนละครึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในตลาด เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นการแจกเงินประชาชน ซึ่งแตกต่างกันชัดเจน
ส่วนการแจกเงินจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจะจัดเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่านโยบายเงินหมื่น ไม่ได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด และทำได้ไม่จบ จึงไม่สามารถประเมินได้ แต่นโยบายคนละครึ่งแทบจะไม่ต้องประเมินในเชิงวิชาการเลย เรารับรู้ถึงความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ว่าเขาต้องการแค่ครึ่งๆ ตามนโยบายคนละครึ่งก็แฮปปี้แล้ว เขาไม่ได้ต้องการเพิ่มอัตรามากกว่านี้
เมื่อถามว่า การแจกเงินประชาชนเยอะๆ จะมีผลเสียอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความชัดเจนพอสมควร ไม่ใช่นโยบายที่จะเอามาแข่ง เรื่องพวกนี้ประมูลไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่บอกกับประชาชนต้องมีการเตรียมแผน ไม่ใช่เป็นนโยบายรายวัน ไม่ใช่ว่าเห็นคู่แข่งทำนโยบายอะไรขึ้นมาแล้วจะไปโปะมาออนท็อป แบบนี้คงไม่ใช่ เชื่อว่า ประชาชนแยกแยะได้
เมื่อถามต่อว่า จะทำให้ประชาชนไม่รักษาวินัยการเงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การให้เงินเปล่าๆกับพี่น้องประชาชนถ้าทำได้จะต้องทั่วถึง ซึ่งการแจกประชาชนคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน ถามว่า 9 คนนั้นคือใคร ตนก็ไม่อยากก้าวล่วงนโยบายพรรคอื่น แต่สมมติว่าวันละ 9 คน คือวันละ 9 ล้านบาท เขาคงดูว่ายอดเงิน 3,000 กว่าล้านบาท ไม่ได้เยอะแยะมาก แต่ประชากรกรไทยมี 70 ล้านคน ต้องใช้เวลาเกือบ 2 หมื่นปี กว่าพี่น้องประชาชนจะได้ครบ คำถามคือเป็นสิ่งที่จะทั่วถึงหรือไม่ ใครจะได้บ้าง กฎหมายมีการเตรียมไว้บ้างหรือไม่ ตนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะว่าเป็นนโยบายพรรคอื่น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





