“เท้ง”ควง”ช่อ”ลุยเชียงราย “ปิยบุตร”บุกชัยภูมิขอเลือกปชน.250ที่นั่ง
“เท้ง”ควง “ช่อ”ลุยเชียงราย ช่วยผู้สมัครครบ 7 เขต ประชาชนแห่ถ่ายรูป-ให้กำลังใจแน่น ขณะ “ปิยบุตร” ลุยชัยภูมิ ช่วยหาเสียง ฝาก “3 เปลี่ยน” ชี้ถูกสกัดตั้งแต่หัววัน ย้ำต้องได้ 20 ล้านเสียง 250 สส.ตั้งรัฐบาลให้ได้
ความเคลื่อนไหวการหาเสียงของพรรคประชาชน เริ่มจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน พบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ตลาดสินสมบูรณ์ อำเภอเชียงแสน ต่อด้วยตลาดธิดาพร อำเภอแม่จัน และตลาดนัดบ้านดู่ เมืองใหม่บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม รวมถึงดอกไม้ เพื่อให้กำลังใจตลอดเส้นทาง สะท้อนกระแสความสนใจและการตื่นตัวทางการเมืองของพี่น้องชาวเชียงราย
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาสัญชาติ และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนำไปสู่การเรียกรับส่วยเพื่อแลกสัญชาติไทย พรรคประชาชนเห็นว่าจำเป็นต้องทำให้พื้นที่ชายแดนมีความเข้มแข็ง ด้วยการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ไม่ต่างคนต่างทำ พร้อมเดินหน้าจัดการขบวนการสแกมเมอร์และทุนสีเทาอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน ปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ถือเป็นวิกฤตเร่งด่วน พรรคประชาชนเสนอให้แก้ไขอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ” ใช้เทคโนโลยีข้อมูลดาวเทียมอย่างเต็มประสิทธิภาพรวมถึงการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (UAV) เพื่อเพิ่มความถี่และความแม่นยำของข้อมูลในพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้ เชียงรายยังเผชิญวิกฤตโลหะหนักปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยตรง จากการตรวจพบสารหนู ตะกั่ว และปรอทเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ พรรคประชาชนจึงเสนอให้จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางด้านมลพิษทางน้ำ เปิดเผยผลการตรวจคุณภาพน้ำ ดิน พืช สัตว์น้ำ และข้อมูลสุขภาพต่อสาธารณะในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย พร้อมจัดหาแหล่งน้ำทดแทนที่ปลอดภัย กำหนดเกณฑ์แจ้งเตือน และมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างชัดเจน สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดเชียงรายมีทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งผู้สมัครครบทั้ง 7 เขต
ได้แก่ เขต 1 ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ (เบอร์ 1) เขต 2 อุทิศ มณีจันสุข (เบอร์ 6) เขต 3 ฐากูร ยะแสง (เบอร์ 5) เขต 4 ธรรมวัตร พรมเสน (เบอร์ 2) เขต 5 นาวิน วังแปง (เบอร์ 3)
เขต 6 จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม (เบอร์ 1) และเขต 7 สุทัศน์ ยาละ (เบอร์ 2) พรรคประชาชนย้ำจุดยืนผลักดันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเชียงรายอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองชัยภูมิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
ระบุว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยถูกยุบ ถูกตัดสิทธิ์ และถูกสกัดไม่ให้ตั้งรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง แม้ชนะการเลือกตั้ง แต่ยืนยันไม่ท้อถอย เพราะเชื่อว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง
และการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีความสำคัญต่อชีวิตของประชาชนทุกคน พร้อมตั้งคำถามต่อพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาล และมีอำนาจบริหารประเทศมาแล้ว ว่าเหตุใดนโยบาย
ที่ประกาศไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งการแก้ปัญหาปากท้อง คอร์รัปชัน ยาเสพติด สแกมเมอร์ ที่ดินทำกิน หรือการเพิ่มสวัสดิการประชาชน จึงไม่เกิดผลในช่วงที่มีอำนาจ พร้อมชี้ว่า ความแตกต่าง
ของพรรคประชาชนคือ “ยังไม่เคยมีอำนาจบริหารประเทศ” และถึงเวลาที่สังคมต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยนักการเมืองชุดใหม่
จากนั้น นายปิยบุตรได้ฝาก “3 เปลี่ยน” ถึงประชาชนชัยภูมิ คือ
1.เปลี่ยนผู้แทนราษฎร เลือกคนรุ่นใหม่ ความคิดใหม่ ไม่พึ่งพาทุน ทำงานพื้นที่และทำงานสภาได้ พร้อมขอให้เลือกพรรคประชาชน ทั้ง 7 เขต และบัญชีรายชื่อ เบอร์ 46
2.เปลี่ยนรัฐบาล ขอคะแนนทั้งสองใบ ไม่แบ่งคะแนน เพื่อให้ สส.พรรคประชาชนยกมือเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้ง “รัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน”
3.เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านประชามติ เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจและโครงสร้างที่ขวางการเปลี่ยนแปลง

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง “ไม่อยากให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจริงๆ” โดยครั้งก่อนสกัดหลังชนะเลือกตั้ง แต่รอบนี้เตรียมแผนสกัดตั้งแต่ต้น
ทำให้พรรคต้องเผชิญ “มหกรรมรุมกินโต๊ะ” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมย้ำว่าการได้ สส.บางเขต หรือยกจังหวัดอาจยังไม่พอ พรรคประชาชนจำเป็นต้องได้คะแนนเสียงทั่วประเทศมากที่สุด
ถ้าได้เกิน 20 ล้านเสียง มี สส. เกิน 250 คน ไม่มีใครขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้อีกแล้ว
ช่วงท้าย นายปิยบุตร ย้ำว่า การต่อสู้ของพรรคไม่มีทุนใหญ่หรืออำนาจรัฐหนุนหลัง แต่มีประชาชนเป็นพลังหลัก พร้อมเชิญชวนให้ใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งบัตรเขต
บัตรบัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ เพื่อทวงคืนอำนาจสูงสุดของประชาชน และผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





