“อนุทิน”เดือด เรียกถกด่วนมาตรการความปลอดภัยก่อสร้าง หลังเครนถล่มซ้ำ ผู้รับเหมารายเดิม ตั้งคำถามรัฐปล่อยเกิด 4 เหตุใน 10 เดือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นางแพตริเซีย มงคลวานิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมเร่งด่วน สืบเนื่องจากเหตุการณ์อุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ และเช้าวันนี้ยังได้รับรายงานว่ามีอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายกันจากโครงการทางยกระดับพระราม 2
นายกรัฐมนตรีระบุว่า สิ่งที่น่าสลดใจและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง คือ นอกจากจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว ยังพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมารายเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา แต่ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา ยังมีโครงการอีกจำนวนมากที่เกิดอุบัติเหตุแต่ไม่เป็นข่าว โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน กรณีแผ่นดินไหวที่อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ต่อมามีเหตุโครงสร้างทางด่วนบริเวณพระราม 2 ถล่ม จนถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ และล่าสุดเกิดเหตุซ้ำอีกในเช้าวันนี้
นายอนุทินกล่าวว่า จึงจำเป็นต้องเรียกประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะออกมาตรการใด แก้ไขกฎหมายหรือกฎกระทรวงใดเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายควบคุมการก่อสร้าง รวมถึงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง มีปัญหาอย่างชัดเจน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุที่อาคาร สตง.จนถึงปัจจุบัน ได้รับรายงานว่าสัญญายังไม่ได้ถูกยกเลิก และยังไม่มีการปรับสัญญาใด ๆ ทั้งที่ทุกสัญญามีหลักประกัน และแบงก์การันตี โดยมีเพียงการสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว แต่ไม่มีการดำเนินการกับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ หรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน ก่อนจะเกิดเหตุซ้ำที่พระราม 2 ซึ่งแม้จะซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วก็ตาม
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไปพาดพิงถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยชี้แจงว่า เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้ใช้บริการรถไฟ และการรถไฟฯ ในฐานะผู้เดินรถ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้โดยสาร แม้ผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้วก็ตาม ขณะนี้การรถไฟฯ ยังไม่มีผู้ว่าการ มีเพียงรองผู้ว่าการที่ทำหน้าที่รักษาการ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ความรับผิดชอบของรัฐในฐานะผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะต่อประชาชน
และ 2. การเรียกร้องความเสียหายและดำเนินการตามสัญญากับผู้รับเหมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำในอนาคต
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอถามอย่างตรงไปตรงมาว่า จะดำเนินการอย่างไรกับบริษัทอิตาเลียนไทย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 4 ครั้งภายใน 10 เดือน
โดยยืนยันว่า แม้จะอ้างได้ว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่รัฐบาลยังต้องรับผิดชอบเต็มที่ และครั้งนี้ไม่อาจยอมรับการลงโทษเพียงสั่งหยุดก่อสร้างชั่วคราว 2 สัปดาห์ แล้วให้กลับมาดำเนินการต่อได้
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ได้รับรายงานว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เกิดเหตุเครนถล่ม มีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 85 เหลือเพียงร้อยละ 15 หากต้องยกเลิกสัญญาและหาผู้รับเหมารายใหม่
จะต้องใช้เงินเท่าใด ซึ่งเชื่อว่ามีการระบุไว้ในสัญญา และสามารถเรียกร้องจากผู้รับเหมาในฐานะผู้ทิ้งงานได้ โดยการประชุมครั้งนี้มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด
และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม เพื่อหาข้อสรุปอย่างชัดเจน
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐในฐานะเจ้าของโครงการต้องไม่กลัวระเบียบ เพราะมีกฎหมายและช่องทางให้ดำเนินการได้ ไม่ควรโยนความรับผิดชอบไปมาระหว่างหน่วยงาน
ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ครอบครัวผู้สูญเสีย และนักลงทุนต่างชาติว่า ประเทศไทยมีระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews