“ศิริกัญญา-วิโรจน์-รักชนก”แบ่งสายลุยช่วยผู้สมัครหาเสียง กทม.หวังรักษาเก้าอี้เดิม ลั่นจัดตั้งรัฐบาลต้องโปร่งใส ไร้ดีลลับ ด้าน”พิธา”เปิดทัวร์สหรัฐที่แอลเอ ชวนคนไทยต่างแดนใช้สิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ
พรรคประชาชน แบ่งสายช่วยกันหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเริ่มจาก น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แกนนำพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้สมัคร สส.เขต 3นนทบุรี หาเสียงบริเวณวงเวียนพระราม 7 โดย น.ส.รักชนก ซ้อนมอเตอร์ไซค์ถือโทรโข่ง พบว่า มีประชาชนโบกมือให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
น.ส.รักชนกระบุ พรรคประชาชนตั้งเป้าคว้าชัยยกจังหวัดในหลายพื้นที่ ไม่ใช่ความหลงตัวเอง แต่เป็นความจำเป็นทางการเมือง เพราะหากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น โอกาสจัดตั้งรัฐบาลจะยาก พร้อมย้ำว่า สส.เขตของพรรคกว่า 80–90% ได้รับเลือกตั้งจากความนิยมของพรรคและนโยบาย หวังผู้ที่ออกไปยังรักษามิตรไมตรี หากไม่ได้ก็ไม่ควรเผชิญหน้ากัน ทั้งนี้ ขอไม่ตอบ พรรคสีเทามีพรรคไหนบ้าง เพราะประชาชนเทียบเองได้
พร้อมเชื่อว่า กลุ่มทุนคงไม่กระดิกเท้ารอพรรคส้มตรวจสอบ หลังถูกถามโดนรุมกินโต๊ะหรือไม่
ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวว่า บรรยากาศเลือกตั้งในพื้นที่บางกรวยค่อนข้างเงียบ เชื่อว่าผู้มีอำนาจจงใจทำให้การเลือกตั้งไม่คึกคัก เพื่อให้ประชาชนไม่สนใจการเมือง พร้อมย้ำว่า การแข่งขันในพื้นที่ยังเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ไม่มีความขัดแย้งรุนแรง
ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ ช่วยนายชยพล สท้อนดี ผู้สมัคร สส.เขตจตุจักร และน.ส.ภัสริน รามวงศ์ ผู้สมัคร สส.เขตบางซื่อหาเสียง เดินแจกใบปลิวและนำเสนอนโยบายลดค่าครองชีพ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเดินทาง ท่ามกลางประชาชนและแม่ค้าที่เข้ามาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคประชาชนยึดหลักความโปร่งใส “เจ็บแล้วจำ” จะไม่มีการเจรจาลับหรือดีลบนโต๊ะจีนอีก พร้อมยืนยันไม่ปิดทางการร่วมรัฐบาลกับพรรคอื่น แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขวิธีทำงาน และนโยบายของพรรคประชาชนได้ ส่วนกรณีการเปิดทีมบริหารปฏิรูประบบราชการ ย้ำว่าเป็นการเปิดตัวมืออาชีพเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบก่อน ไม่ใช่ระบบโควตา แลกเก้าอี้รัฐมนตรี พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนพิจารณาว่า
อยากได้รัฐบาลที่เปิดเผยและยึดโยงประชาชนหรือไม่ พร้อมย้ำ กทม. ไม่ใช่ของใครล่วงหน้า หลังประชาธิปัตย์แบ่งเค้กด้วย โดยมั่นใจฐานเสียงยังปึ้ก สู้ศึก 33 เขต กวาดเรียบแน่
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.เขตประเวศ–สะพานสูง กรุงเทพมหานครบริเวณซอยพัฒนาการ 74 โดยบรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการสัญจรของรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วนของคนกรุงเทพฯ
โดยนายวิโรจน์ ขึ้นรถแห่พบปะประชาชน พร้อมชูนโยบายของพรรคประชาชนกว่า 200 ข้อ โดยเฉพาะนโยบายเพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุ ปรับเบี้ยยังชีพจาก 600 บาท เป็น1,000 บาททันที และเพิ่มเป็น 1,500 บาทภายใน 4 ปี พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เลือกนายณัฐพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต เบอร์ 8 เพื่อสานงานต่อ ก่องานใหม่ และกาบัญชีรายชื่อ เบอร์ 46 เลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อผลักดันให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี

พร้อมย้ำถึงการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์และทุนเทา โดยเห็นว่าถึงเวลาเดินหน้าจัดการอย่างจริงจัง ผ่านการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อหยุดวงจรหลอกลวงประชาชน ไม่ให้พ่อแม่พี่น้องตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป
ขณะนายณัฐพงศ์ เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการชี้ชะตาอนาคตประเทศ และไม่มี สว. มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปพร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนมีนโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ต้องพิสูจน์ความจน
ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายวิโรจน์ ระบุว่า ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลโพลมากนัก เพราะพรรคยังมีเวลาและพื้นที่ในการทำงาน พบปะประชาชน และนำเสนอนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการค่าไฟที่เป็นธรรม การแก้ปัญหาบัตรทองในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการเข้าถึงยานอกบัญชีหลักแห่งชาติสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังและมะเร็ง ขอยืนยัน พรรคประชาชนพร้อมรักษาฐานเสียงเดิมและขยายพื้นที่ใหม่ เดินหน้าจัดการธุรกิจสีเทา ศูนย์เหรียญ และการฟอกเงิน
สำหรับประเด็นจุดยืนเรื่องมาตรา 112 และกองทัพ นายวิโรจน์ ระบุว่า หลังมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายหาเสียงได้ ส่วนกองทัพ พรรคยืนยันตรวจสอบความโปร่งใสหากพบการทุจริตต้องจัดการ แต่พร้อมสนับสนุนสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยย้ำว่าไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน ท้ายที่สุด นายวิโรจน์กล่าวถึงกระแสโจมตีพรรคว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน
พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจด้วยการเข้าคูหา กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อผลักดันให้เป็น “รัฐบาลประชาชน” อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม “Pita US Tour” ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 พบปะคนไทยในสหรัฐฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองอนาคตประเทศไทยและบทบาทของคนไทยต่างแดนต่อการเมืองไทย โดยมีผู้เข้าร่วมอย่างคึกคัก นายพิธา ระบุว่า คนไทยไกลบ้านจำนวนไม่น้อยยังไม่อยากกลับประเทศ

เพราะระบบในไทยยังไม่เอื้อต่อการทำงานและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ จึงชวนคนไทยในต่างแดนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดูแลคนไทยทุกที่ทั่วโลก
พร้อมสนับสนุนนโยบายพรรคประชาชนในการสร้างแพลตฟอร์มดึงความสามารถและองค์ความรู้จากคนไทยทั่วโลก เชื่อมต่อกับภาครัฐ พัฒนาระบบเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และการดูแลคนไทยในต่างแดนอย่างครบวงจร เพื่อปูทางสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews