กต.ประณามยิงถล่มช่องบก ส่งหนังสือประท้วง จี้ “กัมพูชา” ขอโทษ ปัดข้อหารุกล้ำดินแดน ชี้ เป็นการคงกำลังตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเตือนสถานการณ์เวเนซุเอลา ยังไม่แน่นอน แนะคนไทยเลี่ยงเดินทาง
กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ประณามกรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย พร้อมส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ฝ่ายไทยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ ไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่ดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารตามถ้อยแถลงร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งข้อความถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อย้ำให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกระสุนตกค้างระเบิดในกองขยะระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาที่อ้างว่าไทยรุกล้ำหรือยึดครองดินแดน โดยยืนยันว่าการคงกำลังทหารในพื้นที่เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 หลังการหยุดยิง และเป็นมาตรการลดความตึงเครียด ไม่ใช่การยึดครองดินแดนแต่อย่างใด
นายนิกรเดช เรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีมูล เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายบรรยากาศการเจรจาโดยสันติ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยปฏิบัติตามข้อตกลงทุกข้อ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการยั่วยุหรือปฏิบัติการทางทหารที่อาจเพิ่มความตึงเครียด กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ไทยยังคงยึดมั่นในกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เพื่อสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนอย่างสันติ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินมาตรการลดความตึงเครียด โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และย้ำความพร้อมในการเดินหน้าเจรจาหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนและอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรง โดยแนะนำให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเวเนซุเอลาหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งประเทศไทยติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ แก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ภายใต้กรอบกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือน และเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนชาวเวเนซุเอลา
ในส่วนการดูแลคนไทยในพื้นที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ซึ่งรับผิดชอบดูแลเวเนซุเอลา ได้ประสานงานกับคนไทยอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้มีคนไทยลงทะเบียนเพียง 1 ราย และยืนยันว่าทุกคนยังปลอดภัยดี ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม หากมีคนไทยรายอื่นเข้าลงทะเบียนเพิ่มเติม สถานเอกอัครราชทูตพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขอให้คนไทยที่ไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนพิจารณาชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเวเนซุเอลาในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ถึงการเดินทางเยือนไทยของ น.ส.มาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้เข้าพบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า การหารือมุ่งเน้นประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะเมียนมา เนื่องจากรัฐมนตรีฟิลิปปินส์จะทำหน้าที่ผู้แทนพิเศษในการติดต่อสื่อสารกับฝ่ายเมียนมา
นายนิกรเดช กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้แสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของสถานการณ์หยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา และยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในฐานะประธานอาเซียน อีกทั้ง ยังมีการหารือความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการค้า รวมถึงแนวทางสนับสนุนภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews