กกต. ชี้ ขยายเวลาลงทะเบียนประชามติไม่ได้-ย้ำทำตาม กม.

การเมือง ข่าว

 

 

 

เลขาฯ กกต. ชี้ ขยายเวลาลงทะเบียนประชามติไม่ได้ เหตุมีงานธุรการรออยู่ ย้ำต้องทำตามกฎหมาย อย่าคิดแทนผู้ใช้สิทธิ หลังยอดลงทะเบียนห่างกว่า 6 แสนคน

 

 

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีข้อเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต โดยยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกรอบเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน หากขยายเวลาออกไปจะกระทบต่อกระบวนการทำงานในขั้นตอนถัดไปทั้งหมด

 

 

นายแสวง ระบุว่า การเปิดระบบลงทะเบียนไม่ได้มีเพียงการให้ประชาชนเข้ามากรอกข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีงานธุรการตามมาอีกจำนวนมาก ทั้งการแยกบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในและนอกราชอาณาจักร การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปกว่าแสนหน่วย รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารและระบบต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำว่า การเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเป็นเวลา 3 วัน ถือว่าเพียงพอแล้ว โดยเปรียบเทียบว่า 3 วัน เท่ากับ 4,320 นาที หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถลงทะเบียนได้ การลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อกฎหมายกำหนดเวลาไว้ชัดเจน ประชาชนก็ต้องบริหารจัดการเวลาและรับผิดชอบสิทธิของตนเอง “เมื่อมีเวลาแค่นี้ ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ เราขยายเวลาไม่ได้ เพราะจะไปกระทบงานส่วนอื่นทั้งหมด”

 

 

เลขาธิการ กกต. เปิดเผยภาพรวมการลงทะเบียนว่า ในวันสุดท้ายของการเปิดระบบเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2566 ทั้งในส่วนของการเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามตินอกเขต โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 9 แสนคน และผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตประมาณ 1 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แสดงให้เห็นว่าระบบสามารถรองรับได้ แม้อาจมีติดขัดบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ถึงขั้นเป็นปัญหา สำหรับกรณีที่จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมีตัวเลขแตกต่างกันมาก นายแสวง ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามีประมาณ 2.2 ล้านคน ขณะที่ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมีประมาณ 1.6 ล้านคน ต่างกันราว 6 แสนคน พร้อมย้ำว่าไม่ควรคิดแทนผู้ใช้สิทธิว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. จะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วยเสมอไป

 

 

ส่วนกรณีประชาชนไม่สามารถเลือกหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตที่อยู่ภายในจังหวัดเดียวกันได้ นายแสวง ยอมรับว่าเป็นข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าไม่ใช่การที่ กกต. ไม่อำนวยความสะดวก แต่เป็นเพราะกฎหมายออกแบบมาเช่นนี้ หากจะลงทะเบียนประชามตินอกเขตต้องเป็นต่างจังหวัดเท่านั้น หากไม่ได้ลงทะเบียนก็ต้องไปใช้สิทธิในเขตของตนเอง ขณะความเป็นไปได้ในการใช้ดุลยพินิจอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้นในอนาคต นายแสวง ระบุว่า การเลือกตั้งและการทำประชามติเป็นการแข่งขันที่ต้องมีกฎเกณฑ์ชัดเจน เพราะมีผู้แพ้ผู้ชนะกฎหมายจึงต้องเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ยอมรับในความเห็นส่วนตัวว่า กฎหมายควรได้รับการแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น

 

 

นายแสวง ยังชี้แจงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดประชามติควบคู่กับการเลือกตั้ง สส. ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท โดยระบุว่า หากอ่านกฎหมายให้ครบถ้วนจะเข้าใจ พร้อมยืนยันว่า การจัดวันออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งช่วยประหยัดงบประมาณอย่างมาก จากเดิมที่ต้องใช้งบรวมกว่า 11,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 7,000 ล้านบาท ประหยัดได้กว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณเฉพาะการจัดประชามติครั้งนี้อยู่ที่ราว 500 ล้านบาท

 

 

 

ทั้งนี้ สรุปยอดผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 5 ม.ค. 2569 มีจำนวน 1,598,056 คน ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขต
และนอกราชอาณาจักร มีจำนวน 2,410,425 คน

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

 

 

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news