“แสวง”ชี้ โครงการคนละครึ่งพลัส หาก ครม.รักษาการเดินต่อ ต้องขอความเห็นชอบจาก กกต. พร้อม ชี้ช่องขยายวันเลือกตั้งได้ หากสถานการณ์ชายแดนไม่สงบ คาด 16 ธ.ค.นี้ เคาะวันเลือกตั้ง ยืนยันคำนึงความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ์ พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการอนุมัติงบประมาณของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดรักษาการว่า ตามมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ โดยมี 4 เรื่อง ที่ ครม.จะต้องขอความเห็นชอบจาก กกต. ได้แก่ 1.งานและโครงการที่อยู่ภายในปีงบประมาณ 2.การโยกย้าย แต่งตั้ง การให้ผลหรือการปฏิบัติหน้าที่เรื่องนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกต. 3.อย่าใช้งบกลางอนุมัติผูกพัน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต. 4.การใช้ทรัพยากรของรัฐ เรื่องนี้เรามีระเบียบ กกต.ออกไว้อยู่แล้ว
นายแสวง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสที่เป็นประเด็นอยู่ขณะนี้ เกี่ยวพันกับข้อที่ 1 ดังนั้น ถ้าหาก ครม.อยากได้ก็ต้องมาขออนุญาตจาก กกต. แต่ กกต. ก็ต้องคำนึงว่า จะต้องไม่ทำให้การแข่งขันได้เปรียบ-เสียเปรียบ แม้ กกต. จะมีอำนาจก็จริง แต่ในระเบียบว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐทุกข้อเขียนระบุไว้ เราต้องคำนึงในส่วนนี้ด้วย
ขณะเดียวกัน นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งหลังยุบสภาจะขยายออกไปนานกว่า 60 วัน ว่า เงื่อนไขของกฎหมาย เมื่อมีพระราชกฤษฎีกา กกต. ต้องประกาศวันเลือกตั้งและต้องประกาศจำนวนเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน ในระยะเวลาดังกล่าว จะได้วันเลือกตั้งที่ชัดเจน ส่วนสถานการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในทางกฎหมาย มีช่องทางในการแก้ไขได้ทุกเรื่อง ซึ่ง การประชุม กกต.ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จะพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง และมีประชุมกับตัวแทน ครม. เรื่องการทำประชามติ ส่วนในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณชายแดน จะสามารถจัดวันเลือกตั้งให้เป็นวันเดียวกันได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณชายแดน 4-5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในทางกฎหมายมีทางออก ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่าถ้ามีเหตุจำเป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้
แต่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลง ซึ่ง เป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเป็นการขยายเวลาของทั้งประเทศ เพราะต้องให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่ถ้าเป็นเหมือนจังหวัดศรีสะเกษเราใช้มาตรา 102 มีเหตุในบางหน่วยบางพื้นที่อันนั้นเป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ซึ่งเป็นการใช้คำที่ต่างกัน
หากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่กำหนดได้ จะต้องพิจารณาส่วนใดบ้าง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริต ซึ่งต้องคำนึงถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งคือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ผู้สมัครที่ต้องหาเสียงรวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์ เราต้องดูความสะดวกและความปลอดภัย เป็นองค์ประกอบที่จะต้องนำมาพิจารณา ซึ่ง ผอ.จังหวัดจะต้องเป็นคนประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ตอนนี้จึงยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจะต้องขยายวันเลือกตั้งหรือไม่ เพราะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การเลือกตั้งและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะต้องเดินไปด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม เราไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะจบเมื่อไร ซึ่งการขยายวันเลือกตั้ง เป็นทางออกแรกที่เรามีอยู่ แต่อาจจะมีอีกทางออกคือการลงคะแนน แบบลงทะเบียนออกเสียงล่วงหน้า คือการออกเสียงนอกหน่วย ซึ่งเราต้องดูและประเมินสถานการณ์ก่อน ซึ่งหากใช้การขยายวันเมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วคือไม่มีเหตุอีกแล้ว การเลือกตั้งก็จะสามารถจัดได้ภายใน 30 วัน
ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเลือกตั้งในศูนย์อพยพ นายแสวง กล่าวว่า กรณีนี้ไม่มีกฎหมายรองรับไว้ อาจจะต้องใช้วิธีลงทะเบียนแล้วจัดหายานพาหนะเพื่อนำประชาชนไปลงคะแนน พร้อมยืนยันว่า จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และผู้ที่หาเสียง
และหากมีการขยายวันเลือกตั้งจะเพิ่มความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงเป็นไปตามที่มีพระราชกฤษฎีกาอยู่ การยืดเวลายังไม่มี ซึ่งการยืดเวลาก็ต้องดูหลายองค์ประกอบ ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถจัดทำประชามติไปพร้อมกันเลยได้หรือไม่นั้น หากยึดเวลาตามกฎหมายการเลือกตั้งสส. จะต้องไม่น้อยกว่า 45 วันไม่เกิน 60 วัน แต่การทำประชามติไม่น้อยกว่า 60 วันไม่เกิน 150 วัน
แต่มาตรา 11 ของพ.ร.บ.ประชามติ ระบุไว้ว่าหากมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อประหยัดงบประมาณก็สามารถที่จะทำประชามติน้อยกว่า 60 วันได้ ซึ่งการทำประชามติจะต้องใช้เนื้อหามากกว่าอย่างน้อยงานธุรการก็ต้องมีการพิมพ์ประเด็นให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ทำความเข้าใจรวมถึงจัดเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้ ต้องดูว่ากิจกรรมการทำประชามติในกฎหมายกำหนดให้ใช้เวลาขั้นต่ำได้เท่าไหร่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ศึกษาเนื้อหาการทำประชามติได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาออกมาแล้วแต่ ความคืบหน้าของการทำประชามติยังไม่เริ่มขึ้นเลย ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews