อัปเดตโปรแกรมการแข่งขันคู่ระหว่าง “เลียม แฮร์ริสัน” จอมเก๋า วัย 40 ปี ชาวอังกฤษ และ “ชินจิ ซูซูกิ” นักสู้ วัย 39 ปี เจ้าของดีกรีแชมป์ Road to ONE ญี่ปุ่น โดยเดิมทีจะต้องขึ้นชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) แต่ทั้งคู่ตกลงใจจะเปลี่ยนมาสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ในศึก ONE Fight Night 38 ที่จะถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ในวันเสาร์ที่ 6 ธ.ค. 68 จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)
จากเดิมที่จะต้องโชว์ทักษะคิกบ็อกซิ่งครั้งแรกใน ONE ด้วยกันทั้งคู่ คราวนี้ ”เลียม” และ “ชินจิ” จะได้ชกกันในกติกามวยไทย ที่ต่างช่ำชองกันอยู่แล้ว ซึ่งการันตีได้เลยว่าความเดือดต้องทวีคูณ เพราะทั้งคู่พร้อมแลกหมัด เท้า เข่า ศอก กันแบบไม่ยั้ง เพื่อแย่งชัยชนะแต้มสำคัญมาครอง เสาร์ที่ 6 ธ.ค.นี้ ห้ามพลาดชม!
“เลียม” คือสุดยอดนักสู้จอมเก๋าที่ผ่านประสบการณ์ขึ้นชกระดับอาชีพมาอย่างโชกโชนมากกว่า 100 ไฟต์ และคว้าชัยชนะมาได้ถึง 90 ครั้ง ขณะที่ผลงานใน ONE เขาคว้าชัยชนะมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงยังเคยได้รับโอกาสให้ขึ้นท้าชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต มาแล้ว แต่ก็ต้องพ่ายทีเคโอให้กับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” ที่ครองเข็มขัดในเวลานั้นไปอย่างน่าเสียดาย
แม้จะเคยประกาศอำลาสังเวียนไปแล้ว หลังพ่ายทีเคโอ ให้กับ “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” ในศึก ONE 168 เมื่อเดือน ก.ย. 67 แต่ด้วยไฟนักสู้ในตัวที่ยังไม่เลือนหาย “เลียม” จึงตัดสินใจหวนคืนสู่สังเวียนอีกครั้ง และพร้อมโชว์ความเป็นยอดนักบู๊ระดับตำนานให้โลกเห็นด้วยการไล่ถล่มเอาชนะ “ชินจิ” ให้ได้
ด้าน “ชินจิ” เองก็มีประสบการณ์ขึ้นชกมาแล้วมากกว่า 50 ไฟต์ เก็บชัยชนะไปได้ถึง 33 ครั้งด้วยกัน และมีดีกรีแชมป์ Road to ONE ญี่ปุ่น ปี 2566 เป็นเครื่องการันตีความเก่งกาจ อีกทั้งยังเคยคว้าชัยใน ONE มาแล้ว 1 ครั้งด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “หาน ซือ หาว” จากจีน ในศึก ONE 166 เมื่อเดือน มี.ค. 67
อย่างไรก็ตาม ไฟต์ล่าสุด “ชินจิ” พ่ายทีเคโอให้กับ “เจก พีค็อก” มวยใจเกินร้อยตัวแทนสหราชอาณาจักร-แคนาดา ในศึก ONE 171 เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ไฟต์นี้ “ชินจิ” จึงพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อปราบจอมบู๊ระดับตำนานอย่าง “เลียม” และกลับมาเฉิดฉายให้ได้อีกครั้งบนเวทีระดับโลก

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews