หลังจบศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือไฟต์ระหว่าง “อับเดสซามี เรนิมี” นักกีฬาชาวโมร็อกโก วัย 19 ปี จากเพชรสมานยิม กับ “พญาครุฑ เสือจันถกมวยไทย” นักกีฬาชาวไทยวัยเดียวกัน จากเสือจันถกบ้านมวยไทย
ไฟต์นี้จบลงแบบที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่อยากเห็น เมื่อ “อับเดสซามี” ถูกตัดสิน “แพ้ฟาวล์” หลังเตะ “พญาครุฑ” ในจังหวะที่ล้มลงกับพื้น และได้รับ “ใบแดง” จากผู้ตัดสินบนเวที
เมื่อสัญชาตญาณเร็วกว่าจิตสำนึก
ตามกฎระเบียบ กติกาของ ONE การทำฟาวล์จะถูกพิจารณาจาก “เจตนา” และ “จังหวะของเหตุการณ์” เพราะในโลกของศิลปะการต่อสู้ จังหวะ “ตามน้ำ” หรือการออกอาวุธต่อเนื่องตามสัญชาตญาณ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับนักกีฬาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬาอาชีพที่คลุกคลีกับสังเวียนมาหลายสิบปี
สำหรับเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ 10 วินาทีแรกของการแข่งขัน เมื่อ “อับเดสซามี” ต่อยหมัดซ้าย ทำให้ “พญาครุฑ” ร่วงลงพื้น ก่อนสะบัดแข้งซ้ายตามโดยอัตโนมัติ โดนใบหน้าคู่ต่อสู้ จน “พญาครุฑ” ลุกขึ้นมา มีอาการโซซัดโซเซ
กรรมการขอเวลานอก และส่ง “พญาครุฑ” เข้ามุมให้แพทย์สนามดูอาการ ก่อนชู “ใบเหลือง” ให้ “อับเดสซามี” เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวรับทราบถึงความผิดพลาด และยกมือไหว้ขอโทษ ก่อนที่การแข่งขันจะดำเนินต่อไป
ผ่านเหตุการณ์นั้นไปเพียงครึ่งนาที…
ประวัติศาสตร์เกือบซ้ำรอยอีกครั้ง “พญาครุฑ” ถลาล้ม ก้นจ้ำเบ้าลงไปจากแรงปะทะ “อับเดสซามี” ชักแข้งซ้ายตามอย่างรวดเร็ว โชคดีไม่โดนตัวคู่ต่อสู้ ประกอบกับกรรมการเข้ามาผลักออกไป และทำการตักเตือนด้วยวาจา แจ้งว่านี่เป็นครั้งที่สอง “อับเดสซามี” ยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้ง เสียงโห่ของแฟน ๆ ดังขึ้น
เข้าสู่ยก 2 การแข่งขันเริ่มครุกรุ่น “อับเดสซามี” ที่ถูกนับในยกแรก หวังทำทุกวิถีทางเพื่อทวงแต้มคืน กระทั่งวินาทีที่ 46 จังหวะ “พญาครุฑ” หลบหมัด แต่ทำตัวเองล้มลงกับพื้น “อับเดสซามี” ซึ่งยืนอยู่ฟาดแข้งซ้ายอย่างรวดเร็ว โดนใบหน้า “พญาครุฑ” เต็ม ๆ ถึงกับหงายผึ่ง ผู้ตัดสินบนเวทีส่ายหน้า และชู “ใบแดง” อันถือเป็นการลงโทษนักกีฬา “ขั้นรุนแรงที่สุด” โดยไม่ลังเล
“ใบแดง” คืออะไร และส่งผลอย่างไร?
แฟน ๆ หลายคนสงสัย และเกิดข้อถกเถียงว่า นอกจากการ “แพ้ฟาวล์” แล้ว “ใบแดง” ส่งผลกระทบอะไรอีกบ้าง “ใบแดง” เป็นการลงโทษขั้นสูงสุด นักกีฬาจะถูกตัดค่าตัวขั้นต่ำ 30% และ “แพ้ฟาวล์” ทันที ส่วน “ใบเหลือง” หมายถึง ถูกตัดค่าตัว 10% แต่ไม่ส่งผลต่อคะแนน หรือผลแพ้ชนะ
โดยทั่วไป “ใบแดง” ไม่ใช่คำตัดสินถาวร แต่เป็นการตัดสินเฉพาะไฟต์นั้น ๆ ไม่ได้หมายถึง “โทษแบน” ตามที่แฟน ๆ หลายคนเข้าใจ แต่หากเหตุการณ์นั้น สะท้อนถึง “การขาดสามัญสำนึก” หรือเป็นพฤติกรรมที่เกินเลยจากสัญชาตญาณ และจิตวิญญาณของนักกีฬา ทางรายการก็มีสิทธิ์ “ไม่ร่วมงานต่อ” ได้เช่นกัน
โดยเฉพาะใน ONE ลุมพินี ที่นักกีฬาส่วนใหญ่เซ็นสัญญาแบบไฟต์ต่อไฟต์ อาจหมายถึงการ “หมดโอกาส” บนเวทีนี้
ชัยชนะบนสังเวียน ไม่ได้หมายถึงชัยชนะในใจผู้ชม
ในโลกของกีฬาการต่อสู้ “ชัยชนะ” มักถูกวัดจากคะแนน หรือการปิดเกม…แต่ในสายตาผู้ชม สิ่งที่นับกันจริง ๆ คือ หัวจิตหัวใจที่ทุ่มเทให้กับการต่อสู้ และจิตสำนึกของนักกีฬา
การเป็น “นักกีฬาที่ดี” ไม่ได้วัดกันที่ชัยชนะเหนือคู่แข่ง หรือจำนวนครั้งที่ชนะ แต่คือการรู้จัก “เคารพคู่ต่อสู้” และ “ควบคุมตนเอง” แม้ในวินาทีที่เลือดสูบฉีดขั้นสุด
บนเวทีแห่งนี้ “ความสำเร็จ” ไม่ได้วัดกันแค่เรื่องทักษะด้านการกีฬา หรือสมรรถนะทางร่างกาย แต่ยังมีบททดสอบความเป็นมนุษย์ ผู้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักยับยั้งตัวเอง ไม่ให้ข้ามเส้นที่เรียกว่า “น้ำใจนักกีฬา”
เพราะสุดท้ายแล้ว “ชัยชนะบนสังเวียน” อาจทำให้นักกีฬาได้เสียงปรบมือชั่วครู่ แต่ “ชัยชนะในใจผู้ชม” จะทำให้นักกีฬาถูกจดจำตลอดไป


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews