บิ๊กเต่า ลุย กฎหมายจัดการอิทธิพลวัดบางคลาน ดำเนินการผู้สนับสนุน

อาชญากรรม ข่าว
บิ๊กเต่า เผยเตรียมใช้หลักนิติศาสตร์เข้าควบคุมผู้มีอิทธิพลวัดบางคลาน พร้อมเตรียมดำเนินการผู้สนับสนุน หลังพบกลุ่มญาติเข้าบริหารภายในวัด

 

วันนี้ (15 ก.ย 68) เวลา 11.50 น. ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบวัดบางคลานหลังมีประเด็นว่ามีเงินของวัดหายไป 30-40 ล้านบาท

 

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องวัดบางคลานเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี จนสถานการณ์มันดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราได้ไปตกลงกับเจ้าอาวาสไว้ให้เข้าไปบริหารวัด 1 ปีต้องแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่า 1 ปีการแก้ปัญหายังไม่เสร็จสิ้น และเหมือนจะมีปัญหา เพิ่มจึงไปพูดคุยเรื่องสัญญาใจ ว่าจะทำอย่างไรต่อหลวงพ่อ หรือจะอาวาสก็ยอมลาออกจากตำแหน่ง มีการตั้งรักษาการขึ้นมาใหม่ แต่เรารักษาการคนใหม่ก็เป็นกลุ่มอำนาจเก่าที่มีผลประโยชน์กับวัด เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องเอาคนกลางเข้าไปแก้ปัญหาจริงๆ

 

โดยอาศัยการปกครองแบบรัฐศาสตร์ ด้วยการใช้ผู้นำชุมชนมาเป็นตัวตั้ง และอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้มีการประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่าให้รองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรมารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคาน

 

ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ได้ใช้นิติศาสตร์ในการเข้าไป เราต้องการให้วัดสงบ ต้องมีการยอมความกัน แต่วันนี้มีปัญหาเราคงต้องมารื้อ และต้องใช้นิติศาสตร์เข้าไปดำเนินการ คือการตรวจสอบเงินทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าว เราได้ให้คนเข้าไปซื้อพระจากมูลนิธิของวัด แต่เมื่อสแกนจ่ายเงินแล้วปรากฏว่าชื่อบัญชีไม่ใช่ชื่อของวัดแต่ ชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขั้วอำนาจเดิม

 

จึงนำข้อมูลทั้งหมดไปออกหมายศาลเพื่อขอหมายค้น สิ่งที่ตรวจค้นได้ก็ได้พยานหลักฐาน ที่เป็นเส้นทางการเงิน ที่มีการทำทุรกธุรต่างๆพอสมควร และมีการนำเงินของวัดแบ่งใส่เป็นซอง ไปอยู่ที่บ้านของแต่ละคนที่มีความเกี่ยวข้องกับขั้วอำนาจเดิม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติและปัญหาตลอด 10 ปีของวัดบางคลานพบว่า มีเงินวัดหายไป 35 ล้านบาท จากเงินร้อยกว่าล้าน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งว่านำไปใช้อะไรบ้าง ว่าจะต้องชี้แจงให้ได้ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

มูลนิธิที่มีการซื้อขายเช่าพระมีมูลค่าเท่าไหร่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าเรายังไม่ได้ไปลึกขนาดนั้น แต่เราเก็บข้อมูล และมีการนำเงินไปซื้อพระทั้งหลักพัก จนถึงหลักหมื่นบาทเพื่อเอามาเป็นพยานหลักฐานที่จะขี้ขายปัญหาภายในวัด ซึ่งเรื่องนี้จะมีคนผิดอย่างแน่นอนเพราะอาจจะมีคนหมิ่มเหม่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

สำหรับกลุ่มผู้มีอำนาจที่คอยดูแลภายในวัดเรื่องนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าเป็นกลุ่มญาติพี่น้อง ซึ่งมีทั้งพระที่อยู่บวชอยู่ภายในวัดที่มีอำนาจ และดึงญาติๆเข้ามาบริหารภายในวัด เพื่อดูแลกิจการต่างๆภายในวัด ซึ่งกลุ่มนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอดีตสว. เพราะกลุ่มของสว. เป็นกลุ่มของชาวบ้านที่ไม่ได้มีสิทธิ์เข้ามาบริหารภายในวัด ส่วนการตรวจสอบวัดโสธรวรารามวรวิหาร อยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงาน ซึ่งในวันพุธนี้ จะมี สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทราเข้ามาไม่ให้ข้อมูล

 

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับที่โซเชียลแชร์ประเด็นเรื่องศึกชิงนางหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าขอสงวนเรื่องนี้เอาไว้ก่อนไม่อยากจะเปิดเผย ขอตรวจสอบก่อนเดี๋ยวมันจะไม่เป็นข้อเท็จจริง

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews