Home
|
ข่าว

กมธ.ทรัพย์ฯ ลุยสอบที่ดินโรงแป้งรุกป่าสงวน พบ รมต.ชุดที่แล้วเอี่ยว

Featured Image
กมธ.ทรัพยากรฯ เดินหน้าสอบที่ดินโรงแป้งรุกป่าสงวน ปรากฏชื่อเป็นของอดีต รมต.ชุดที่แล้ว ไม่ทำตามสัญญาประนอมตามศาล “สว.ชีวะภาพ” ชี้ มีการขนวิสาหกิจชุมชนออกหน้าใช้ที่ดินต่อ เผยดีเอสไอ บอกรับเป็นคดีพิเศษ ในพื้นที่โคราชได้หากมีเหตุผบ ส่วน อุบลฯ หวั่นหมดอายุความ มองทำแบบนี้ รัฐไม่ได้ประโยชน์

 

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการบุกรุกที่ป่าสงวนของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ใน จ.นครราชสีมาและอุบลราชธานี ซึ่งมีชื่อของอดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่า เรื่องนี้ กมธ.ให้ความสำคัญกับการศึกษา เพราะมองว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีความคลาดเคลื่อนเป็นเรื่องที่สะสมมาหลาย 10 ปี

 

โดยต้นเรื่องมาจากสำนักงานปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ไปฟ้องโรงงานแป้งมัน จำเลยในคดีนี้ประกอบไปด้วยบริษัท , บุคคลคนหนึ่ง รวมถึงรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้วท่านหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการตามเงื่อนไข

 

เมื่อปี 2551 โดยศาลได้มีคำพิพากษามาแล้วให้ฟื้นฟูพื้นที่หลาย 100 ไร่ มีบ่อบำบัด 8 บ่อ มีเงื่อนกำหนดเวลาว่าให้ทำภายใน 6 เดือน ต้องฟื้นฟูกลับมาสภาพเดิม ถ้าไม่ฟื้นฟู ต้องชำระเงิน 26 ล้านบาท ที่สำคัญต้องให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่บ่อบำบัดทั้งหมด รวม 3 เงื่อนไขที่ได้ไปทำสัญญาประนีประนอมกัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการบังคับคดี เพราะกรมบังคับคดีมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กมธ. ว่าตรวจสอบแล้ว ส.ป.ก.ไม่มีการบังคับคดีให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว

 

นายชีวะภาพ กล่าวต่อว่า ต่อมา ปี 2555 มีการไปจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เอาวิสาหกิจชุมชนเข้ามาดำเนินการทำเหมือนกับขอใช้ที่ดิน และเอาน้ำในบ่อบำบัดไปใช้ โดยทางโรงงานแป้งเป็นผู้สนับสนุนในการออกค่าใช้จ่าย

 

“รัฐไม่ได้ประโยชน์ รัฐขาดประโยชน์ไป ที่ดินทั้งหมด 8 บ่อมันไม่ได้กลับมาเป็นที่ดินของรัฐตามที่ได้ทำสัญญาประนีประนอมไว้ เงิน 26 ล้านบาทก็ไม่ได้ชำระตามเงื่อนไขศาล และที่สำคัญที่สุด กมธ.มองเห็นว่าจำเลยและบริวารยังไม่ได้ออกไป เพราะยังมีการใช้บ่อบำบัดทั้งหมดเหมือนเดิม น้ำเสียจากโรงงานแป้งก็ออกมาใส่บ่อบำบัดเหมือนเดิม เราเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนอีกประการหนึ่ง คือไม่มีการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพราะมีแปลงที่ดินในการครอง

 

นายชีวะภาพ ย้ำว่า ที่ดินทั้งหมดอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งผืนนี้มีความพิเศษ เพราะเป็นป่าถาวรตอนปี 2506 การที่จะมีเอกสารสิทธิ์ได้ ต้องมีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน สค.1 เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและยังยังมีอีกหลายจุดที่เราดู น่าจะมีการซ้อนทับกับป่าสงวนกว่า 1,600 ไร่ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ครอบครองประมาณ 10-20 ปี ต้องพูดตรงๆ ว่าหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผล

 

“ก็ถือว่าเพิกเฉยนะ ผมไม่ได้จะไประแคะระคายครับ แต่สำนักงานปฏิรูปที่ดินก็ไม่ได้บังคับคดีให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ทำสัญญาประนีประนอม กรมป่าไม้ก็ต้องเข้าดูด้วย เพราะเป็นป่าสงวน ตรงไหนที่เขายังไม่ออกเอกสาร ก็ถือว่าเป็นป่าสงวนอยู่ กรมที่ดินก็ต้องไปดู 3 หน่วยงานหลัก วันก่อนเราได้เชิญกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มาให้ข้อมูลว่าตรงนี้ได้ดำเนินการไปถึงไหน DSI ก็ให้ข้อมูลว่าตรงกรณีนครราชสีมายังไม่ได้มีการดำเนินการ

 

แต่เขาก็บอกว่าถ้ามีเหตุมีผลก็สามารถนำไปสู่คดีพิเศษได้ โรงแป้งมัน มี 2 ที่ ส่วนที่ DSI รับเป็นคดีแล้ว ที่มีปัญหากัน ซึ่งอาจจะทำช้าจนขาดอายุความ อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ตรงนั้นเป็นของกลุ่มเดียวกัน มีการอ้างถึงว่าเป็นของอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ก็เป็นไปตามข้อมูลตามที่ได้รับ”

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube