โฆษก กต. ย้ำไทยเคารพกฎหมายสากล พร้อมประกาศพรุ่งนี้ เปิดตัวเชลยกัมพูชา ชี้ ต้องชดใช้ถล่มโรงพยาบาล ซัดแรง! หาก “เขมร” ทิ้งศพทหารไว้ชายแดนจริง เข้าข่ายไร้มนุษยธรรม – เตรียมติดตามพิสูจน์หลักฐาน
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้แก่เอกอัครราชทูตจาก 74 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศรวม 121 คน โดยการบรรยายครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุปะทะชายแดน ตั้งแต่การเปิดฉากโจมตีของกัมพูชาเมื่อ 24 ก.ค. จนถึงการหยุดยิงที่มาเลเซีย 28 ก.ค. และพฤติกรรมของกัมพูชาที่ละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง
รวมถึงโจมตีพลเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สาธารณะ ซึ่งละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมและอนุสัญญาสากลหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเจนีวาและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยไทยยืนยันว่า ปฏิบัติการทหารที่เกิดขึ้น เป็นการป้องกันตัวตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และตอบโต้แบบได้สัดส่วน มุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ไม่ใช่การรุกราน พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาในทุกเวที พร้อมส่งหนังสือชี้แจง อย่างเป็นทางการไปยังองค์การระหว่างประเทศแล้ว
ฝ่ายไทยยังแสดงความผิดหวังต่อการที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำซาก และขอเรียกร้องให้เคารพข้อตกลงอย่างจริงใจ พร้อมระบุว่าไทยยังพร้อมร่วมประชุม GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) ที่มาเลเซีย วันที่ 4–7 ส.ค. และ JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนกันยายน
นายนิกรเดช ย้ำว่า สิ่งที่ไทยนำเสนอเป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เฟกนิวส์ พร้อมแสดงความมั่นใจว่า ประชาคมโลกจะเข้าใจว่าใครพูดความจริง โดยเฉพาะเมื่อคณะทูตและผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่จริงเมื่อ ท1 ส.ค. และเห็นกับตา
ส่วนข้อกังวลว่าแต่ละฝ่ายต่างก็มี “ชุดข้อมูล” เป็นของตัวเอง นายนิกรเดช ชี้แจงว่า หลักฐานของไทยอิงกับข้อเท็จจริง พิสูจน์ได้ และไม่ได้ปั้นแต่ง ซึ่งข้อกล่าวหาของกัมพูชาขาดหลักฐานสนับสนุน พร้อมยืนยันว่า ไทยโปร่งใส ตั้งใจเจรจาเพื่อสันติภาพ และเปิดเผยองค์ประกอบคณะเจรจาทั้งหมดแก่คณะทูตแล้ว
นายนิกรเดช เปิดเผยด้วยว่า ไทยเตรียมเชิญองค์การระหว่างประเทศเข้าพบกับทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) เพื่อพิสูจน์ว่า ไทยปฏิบัติต่อเชลยอย่างเป็นธรรม ไม่ทรมานหรือกระทำผิดหลักมนุษยธรรม ตามที่ฝั่งกัมพูชาเคยกล่าวอ้าง โดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ของ พล.อ. โมฮัมหมัด นิซาม จาฟฟาร์ ผบ.ทสส. มาเลเซีย ที่ยืนยันกับสื่อมาเลย์ว่า “ทหารกัมพูชาที่อยู่ในไทยได้รับการดูแลอย่างดี” ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายไทยมีความโปร่งใส ไม่บิดเบือน และเป็นผู้รักษากฎหมายสากลอย่างแท้จริง
นายนิกรเดช ระบุว่า “ความจริงเท่านั้นที่จะชนะ” ไทยมีหลักฐานและพร้อมตรวจสอบได้ทุกประการ พร้อมชี้ว่าฝ่ายกัมพูชาล้มเหลวในการบิดเบือนข้อมูล และการที่มาเลเซียสนับสนุนไทย เป็นข้อพิสูจน์หนึ่งถึงความน่าเชื่อถือของฝั่งไทย
ขณะในประเด็นการถล่มโรงพยาบาล โฆษก กต. ชี้ว่า กัมพูชาต้องชดใช้แน่นอน ไม่ใช่แค่ค่าเสียหาย แต่รวมถึงความรับผิดอื่นตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ กำลังดำเนินการในหลายมิติควบคู่กัน เพื่อดำเนินคดีและเรียกร้องความรับผิดจากฝ่ายกัมพูชา
นายนิกรเดช ย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชาควรเคารพในตัวเอง เคารพข้อตกลงหยุดยิง และหยุดยุยงข้อมูลเท็จทันที พร้อมตำหนิอย่างตรงไปตรงมาว่า “สิ่งที่เกิดเมื่อคืน ไม่ใช่ท่าทีของประเทศ ที่อยากให้ความขัดแย้งยุติลงจริง
ขณะเดียวกัน นายนิกรเดช กล่าวถึงประเด็นที่โซเชียลมีเดียในไทยกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นศพทหารกัมพูชาที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง และอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ดำเนินการใด ๆ ในการกล่าวหาอย่างเป็นทางการ เพราะไม่ต้องการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามและรอข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews