“ภูมิธรรม” รับ “อันวาร์” เสนอตัวเป็นคนกลางเจราจาหยุดยิง

อาชญากรรม ข่าว
“ภูมิธรรม” รับ “อันวาร์” เสนอตัวเจราจา หยุดยิง ไทยพร้อมรับหลักการ แต่กัมพูชา ต้องแสดงความชัดเจน สื่อทั่วโลก เริ่ม ประนาม “ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” ต้องรับผิดชอบ เผย เรียก รมว.กต กลับไทยมาช่วยแก้ปัญหาชายแดน

 

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ว่าได้มีการพูดคุยกับตน และ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า เมื่อวาน นายอันวาร์ ได้โทรศัพท์มาหาตน และได้พูดคุยกันจริงตามที่เป็นข่าว ขณะเดียวกัน นายอันวาร์ ก็ได้โพสต์ข้อความและความเห็นต่างๆ ในฐานะประธานอาเซียน โดยพยายามที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหา

 

เราจึงได้คุยกันในหลักการ และเห็นว่าควรจะหาทางยุติการปะทะ และการเผชิญหน้ากัน ซึ่งโดยหลักการเราไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่การที่จะให้หยุดยิงเมื่อไหร่ ต้องให้มีความชัดเจนจากทางกัมพูชา เพราะไทยได้พยายามทำการเจรจา
มาตลอดแต่ไม่เกิดผล และ สิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดการยิงเข้ามาในเขตแดนไทย

เพราะฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้ เป็นสถานการณ์ที่เราต้องการความชัดเจน และความจริงใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้น คือการยั่วยุของทหารกัมพูชา หากนายอันวาร์เสนอมาก็ต้องไปเคลียร์ให้ชัดเจน จนเรามั่นใจว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดซ้ำซากอีก ถ้าชัดเจนเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้เราให้ทหารเราตรึงกำลังไว้ เนื่องจากนายอันวาร์ ได้โทรมาหาตนตอน เมื่อวานนี้ เวลา 18.00 น.

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเรารับไม่ได้ เพราะทางกัมพูชาได้เปิดแนวรบ 4 แนวใหญ่ ในเขตกองทัพภาคที่2 ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และสิ่งที่สำคัญที่ต้องประณาม สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะยิงโดยไม่ได้มีเป้าหมายทางทหาร แต่มีเป้าหมายทางพลเรือน

 

พร้อมย้ำว่า ในสิ่งที่เจรจากับการปฎิบัติ ขณะนี้ขัดแย้งกัน โดยกัมพูชาได้มีการรุกราน แต่ไปประกาศว่าไทยเป็นผู้รุกราน แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้ดูข่าวจากสื่อมวลชนต่างประเทศกว่า 70 แห่ง ก็มีการนำเสนอข่าวไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่า กัมพูชาเป็นผู้ทำร้ายเราก่อน

 

ส่วนข้อมูลของทางฝั่งกัมพูชาก็มีปัญหา เพราะเป็นการพูดฝ่ายเดียว มีเจตจำนงที่จะรุกราน และละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ เนื่องจากมีการรุกรานและทำร้ายเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ค่อนข้างมากและชัดเจน

 

ขณะที่ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ไปร่วมประชุมเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี ค.ศ. 2025 ที่สหรัฐฯ ได้รายงานความคืบหน้ามาแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ที่นครนิวยอร์ก ตนจึงได้เรียกกลับมาด่วน เพื่อให้กลับมารับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบกับเลขาธิการองค์การสหประชาชาติแล้ว รวมถึงเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ซึ่งคิดว่าในรายละเอียดต่างๆที่ให้ไปมีการอธิบายหลักฐานให้เข้าใจอยู่แล้ว

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ก็ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติวาระพิเศษ ซึ่งถือเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย ที่ประชุมจึงได้รับรองสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่มีเหตุยิงปะทะกัน จนกระทั่งยกระดับทางการทูตอย่างรุนแรงที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ากัมพูชาจะพูดอะไร ตนยังไม่เคยเห็นท่าทีของกัมพูชาที่รู้สึกว่าได้ก่อกรรมกระทำผิดรู้สึกว่าตัวเองผิดกฎระเบียบต่างๆ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องรับผิดชอบ

 

สำหรับการเรียกนายมาริษ กลับมาจะไม่ส่งผลถึงการเจรจากับ UNSC ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายมาริษ ได้พูดคุยโดยตรงอยู่ที่นู่น แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับ จากที่ประชุมเมื่อวานนี้ และตอนที่ตนเองคุยกับนายอันวาร์ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ร่วมอยู่ด้วย และได้มีการสั่งการแล้วว่าให้ดำเนินการทางการในการยื่นหนังสือซึ่งคิดว่าวันนี้ก็คงจะได้ดำเนินการ

 

ส่วนแบบนี้เรียกว่าเป็นอาชญากรทางสงครามหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็อยู่ที่ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง ซึ่งดูแล้วตามมาตราต่างๆในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระหว่างประเทศก็เข้าข่ายกันสร้างอาชญากรรมระหว่างประเทศ

 

เมื่อถามว่านายอันวาร์ พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่าอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก่อนที่จะโทรมาหาตน ตนจึงแจ้งไปว่าหลักการโอเค แต่วิธีการที่จะจัดการ วันเวลาสถานที่ ต้องรอให้ทางฝั่งกัมพูชาแสดงให้เห็นชัดเจนเพราะไทยยึดหลักสันติวิธี และพยายามที่จะขอเจรจามาโดยตลอด แต่กัมพูชาไม่เคยจะสนใจ ไม่เคยเจรจา

 

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการอนุมัติเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบเหตุพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย- กัมพูชา อย่างไร ว่า ไม่ติดปัญหาอะไร ซึ่งขณะนี้มีการพิจารณาแล้ว ในพื้นที่สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีการขยายวงเงิน จาก 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ที่ประสบเหตุรุนแรงจะได้ 100 ล้านบาท โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่าที่ทราบเบื้องต้นแต่ยังไม่ได้มีมติออกมา จะขยายเงินเยียวยา ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะเยียวยาในเกณฑ์ที่ลดหลั่นกันไปตามลำดับ

 

นายภูมิธรรม ยังกล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดที่มีการอพยพกว่า 100,000 คน และให้พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อจะไม่ได้เป็นข้อกล่าวหาว่าเราลงพื้นที่เลือกตั้งซ่อม และกลายเป็นการหาเสียง

พร้อมมอบหมายให้นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมมอบหมายให้นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมและให้กำลีงใจผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกับ ได้สั่งงานไปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้นำรถบรรทุก น้ำและอาหารพระราชทานเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews