ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งไทยเทาร่วมชาวผิวสีฉ้อโกงบริษัทชื่อดังประเทศญี่ปุ่น อายัดเงินทันคืนให้เหยื่อกว่า 215 ล้านบาท
วันนี้(9 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวคืนเงินเหยื่อบริษัทจากญี่ปุ่น กรณีถูกแก๊งสแกมเมอร์ไทยร่วมกับชาวผิวสีหลอกโอนเงินกว่า 228 ล้านบาท
สืบเนื่องก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “Money Cash Back” ไปแล้วหลายครั้ง โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการต่อเนื่องจากการแถลงข่าวครั้งก่อนที่มีการจับกุมผู้ต้องหาหลายราย ที่ได้ทำการแฮ็กอีเมลของบริษัทคู่ค้าระหว่างบริษัทในประเทศญี่ปุ่น และบริษัทในประเทศเกาหลีใต้ โดยกลุ่มคนร้ายมีชาวไนจีเรีย, กาน่า, และมีคนไทยร่วมด้วย
พฤติการณ์มีการปลอมอีเมลบริษัทเกาหลีใต้เพื่อส่งให้บริษัทญี่ปุ่นโอนเงินค่าสินค้า ซึ่งมีการเปิดบัญชีในประเทศไทยในชื่อบริษัทเดียวกันกับบริษัทในประเทศเกาหลีใต้ ทำให้เหยื่อในประเทศญี่ปุ่นหลงเชื่อจนโอนเงินมาไทย ธนาคารเกิดความสงสัยคิดว่าน่าจะเป็นการกระทำของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงแจ้งมาที่ตำรวจไซเบอร์พิจารณาดำเนินการ และตำรวจสามารถอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ได้
จากปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามอายัดเงินได้ทั้งสิ้น จำนวน 215 ล้านบาท พร้อมได้นำเงินจำนวนดังกล่าว มอบคืนให้แก่ผู้เสียหายที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้าคว้าเงินคืน ซึ่งวันนี้ก็ได้เชิญตัวแทนผู้เสียหายเดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อรับมอบแคชเชียร์เช็คเงินสด
เบื้องต้น ในคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 6 ราย ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและได้ลงมือกระทำความผิดร้ายแรงตาม, ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และซ่องโจร และได้กระทำความผิดตามความมุ่งหมายของอั้งยี่หรือซ่องโจร“
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews