ฟัน! พ.ร.บ.อุ้มหาย 7 จราจร รุมทําร้ายผิดตัว
อัยการ-ดีเอสไอ มีมติ ฟัน! 7 ตํารวจ ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กรณี รุมซ้อมผิดตัว นัดรับทราบข้อหา 9 ก.ค. นี้
วันนี้(18 มิ.ย. 67) ที่ ห้องประชุมใหญ่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รอง อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เข้าร่วมประชุมการพิจารณาลงมติแจ้งข้อกล้าวหา 7 นายตํารวจสังกัดกองบังคับการตํารวจจราจร รุมทําร้ายร่างกายนายธนานพ เกิดศรี ลูกชายของ พ.ต.ท.ธนชัย เกิดศรี ปี อดีต สว.กก.2 บก.ปทส. จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 หลังสํานวนคดีถูกส่งให้ดีเอสไอเป็นผู้พิจารณาความผิด
นายวัชรินทร์ เปิดเผยหลังการประชุมระหว่างอัยการกับพนักงานสอบดีเอสไอ ว่า ที่ประชุมมีมติแจ้งข้อกล่าวหา 7 นายตํารวจสังกัด บก.จร. ในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 5 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ โทษสูงสุดจําคุก 15 ปี ประกอบด้วย ร้อยตํารวจเอก 1 นาย สิบตํารวจเอก 4 นาย สิบตํารวจตรี 1 นาย และ สิบตํารวจโท 1 นาย โดยพนักงานสอบสวนมีหลักฐานชัดเจนทั้งกล้องวงจรปิดและประจักษ์พยานซึ่งก็คือตัวของผู้เสียหายที่สามารถชี้ได้ว่าตํารวจทั้ง 7 นาย กระทําผิดจริง โดยหลังจากนี้ตํารวจทั้ง 7 นาย จะต้องเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ส่วนการสืบสวนขยายผลไปยังระดับผู้บังคับบัญชาของตํารวจทั้ง 7 นาย พบว่าหลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาได้ทํารายงานโดยตรงผ่านตั้งแต่สารวัตร ผู้กํากับ ผู้บังคับการ จนไปถึงระดับผู้บัญชาการตํารวจนครบาลและมีการดําเนินการทางวินัยและอาญาตั้งแต่ต้น ดังนั้นผู้บังคับบัญชการจึงไม่ถือว่ามีความผิด
สําหรับพฤติกรรมการกระทําผิดของกลุ่มผู้ต้องหา นายวัชรินทร์ อธิบายว่า ตั้งแต่ต้นตํารวจทั้ง 7 นาย เข้าใจผิดคิดว่าผู้เสียหายคือคนแหกด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์จึงขับรถติดตามออกไป จากกล้องวงจรปิดพบชัดเจนว่าตํารวจทั้ง 7 นาย มีการดึงกระชาก ทําร้ายร่างกายและบังคับใส่กุญแจมือ โดยที่ไม่มีใครห้ามปรามจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสดังนั้นทุกคนถือว่ามีความผิดเท่ากันหมด
สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นทราบว่าทางกลุ่ม 7 นายตํารวจ มีความพยายามเข้าไปขอเจรจาไกล่เกลี่ยและเสนอเงินเยียวยากับทางฝั่งผู้เสียหาย ซี่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล แต่ในชั้นนี้ผู้เสียหายยืนกรานว่าจะดําเนินคดีจนถึงที่สุด ส่วนสถานะล่าสุดของตํารวจทั้ง 7 นาย ล่าสุดมีคําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวน ส่วนอนาคตจะมีการพิจารณาอีกครั้งหากพบว่ามีการกระทําความผิดจริงทางต้นสังกัดก็จะต้องมีคําสั่งต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





