Home
|
ข่าว

เกษตรกร-ชาวนา เฮ !”ปุ๋ยพร้อมใช้ แบ่งจ่ายสองรอบ”

Featured Image
เกษตรกร-ชาวนา เฮ ! บิ๊ก รง.ปุ๋ย ผนึกพันธมิตรเอกชน จัดให้ “ปุ๋ยพร้อมใช้ แบ่งจ่ายสองรอบ” ช่วยเหลือลดภาระต้นทุนเกษตรกร

 

นายปวัตร วงษ์ชูแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ อินโนเวชั่น โปรดักส์ จำกัด ในฐานะบริษัทเจ้าของโครงการ ปุ๋ยพร้อมใช้ แบ่งจ่ายสองรอบ เปิดเผยว่า เข้าใจว่าการค้าปุ๋ยในลักษณะเงินผ่อน
มีการทำกันอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่การให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยเงินผ่อนแล้วสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย และมีพี่เลี้ยงที่เชี่ยวชาญด้านการเกษตรคอยให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรด้วย
ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่เราจะต้องทำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรในประเทศ

 

 

“โครงการ ปุ๋ยพร้อมใช้ แบ่งจ่ายสองรอบ สามารถช่วยเกษตรกรได้ 5 เรื่องหลัก ก็คือ

1. เกษตรกรมีโอกาสซื้อสินค้าคุณภาพในราคาที่ต่ำ

2. ทำให้เกษตรกรมีโอกาสในการลดต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น
3. โครงการเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถจ่ายเงินค่าสินค้า 50% หลังเก็บเกี่ยวได้

4. ช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงดินในพื้นที่ของตัวเองให้ดีขึ้น เพราะปัจจุบันเราพบว่าดินในการทำเกษตรของบ้านเรากลับแย่ลงทุกวัน จึงส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และข้อสุดท้ายคือ 5. ประโยชน์จากการที่เกษตรกรมีพี่เลี้ยง”

 

สำหรับสินค้าที่เรานำเข้ามาร่วมในโครงการครั้งนี้มีทั้งหมด 5 สูตรด้วยกัน ซึ่งทั้ง 5 สูตรนอกจากจะมีสูตรปรับปรุงดินแล้ว อีก 4 สูตร ยังให้ธาตุอาหารครบทั้งธาตุหลัก ธาตุรอง และธาตุเสริม
ครบตามที่พืชต้องการอีกด้วย

 

“ทั้ง 5 สูตรนี้ เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ช่วงการปรับปรุงดิน, ช่วงพืชปลูกใหม่หรือช่วงบำรุงพืชหลังเก็บเกี่ยว, ช่วงเร่งการแตกตาแตกดอกของพืช และ ช่วงบำรุงผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว
โดยที่เกษตรกรไม่จำเป็นต้องซื้อปุ๋ยชนิดอื่นมาเพิ่มเติม”

 

นายปวัตร กล่าวต่อว่า สินค้า 1 ชุดสามารถนำไปใช้ได้ 10 ไร่ เราจัดจำหน่ายให้เกษตรกรในชุดละ 3,900 บาท ซึ่งต้นทุนจะตกเพียงไร่ละ 390 บาทเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร
โดยรวมได้ไม่ต่ำกว่า 30-50% ส่วนการจัดส่งสินค้าจะเป็นลักษณะการจัดส่งแบบเก็บเงินปลายทาง

 

นอกจากนั้น เรายังเปิดโอกาสให้เกษตรกรจ่ายเงินค่าสินค้าก้อนแรกแค่ 50% ส่วนอีก 50% ที่เหลือเราผ่อนผันให้เกษตรกรนำมาจ่ายให้กับเราหลังการเก็บเกี่ยวได้ ในขณะที่การจัดส่งสินค้าจะเป็นลักษณะการจัดส่งแบบเก็บเงินปลายทาง ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ดีและเหมาะสมต่อการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในยุคปัจจุบันมากที่สุด หลังจากการเปิดตัวโครงการในครั้งนี้ เรามีเป้าหมายการช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้เดือนละ 10,000-20,000 ไร่ต่อเดือน ส่วนเป้าหมายในปีถัดไปนั้น วางเป้าหมายไว้ที่ 100,000-200,000 ไร่ ต่อเดือน

 

สาเหตุที่ทำให้เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถเติบโตได้ในระยะยาวมาจากคุณภาพของสินค้าที่เรามั่นใจว่าสามารถตอบสนองความต้องการให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี รวมถึงโครงการของเราสามารถช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลกำไรให้กับเกษตรกรได้ ที่สำคัญเรายังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในเรื่องเทคนิคการใส่ปุ๋ย และการทำเกษตรที่ถูกต้อง ผ่านระบบออนไลน์เซอร์วิสของเราที่เกษตรกรสามารถทักเข้ามาขอความรู้ต่างๆได้ โดยที่เราจะมีผู้เชี่ยวชาญทางการเกษตรคอยแก้ปัญหาให้ดังนั้น นับจากนี้เป็นต้นไปก็อยู่ที่พี่น้องเกษตรกรไทยว่าจะเชื่อมั่นในโครงการของเราและให้โอกาสเราได้นำสินค้าไปให้บริการแก่ท่านมากน้อยขนาดไหน

 

ด้าน นาย กฤษชนก ตัณฑเศรณีวัฒน์ ประธานกลุ่มโรงงานผลิตปุ๋ยเครือ ภาคภูมิ กรุ๊ป ในฐานะโรงงานผลิตสินค้าและผู้ออกแบบสูตร เปิดเผยว่า กลุ่มโรงงานผลิตปุ๋ยในเครือ ภาคภูมิ กรุ๊ปของเรา มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนบริษัทเอกชนในการนำโครงการดีๆ อย่างนี้ ออกไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้ตรงจุด

 

นายกฤษชนก กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันโรงงานของเราเปิดดำเนินกิจการมากว่า 27 ปี ถือเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยครบวงจรขนาดใหญ่ และเป็นโรงงานส่งวัตถุดิบปุ๋ยให้กับโรงงานปุ๋ยต่างๆที่ต้องการ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งโรงงานมีเนื้อที่มากกว่า 800 ไร่ มีกำลังการผลิตประมาณ 5,000 ตันต่อวันในประเภทปุ๋ยเม็ด และมีกำลังผลิตประมาณ 100,000 ขวดต่อวัน ในประเภทปุ๋ยน้ำ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถรองรับการผลิตจากการเติบโตของโครงการนี้ได้เป็นอย่างดี

 

ขณะที่ นายชวริจณ์ ประสิทธิ์ภูพัน ในฐานนะ ที่ปรึกษาโครงการฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนในฐานะที่มีประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับโรงงานผลิตปุ๋ย และบริษัทเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับ
สินค้าด้านการเกษตร รวมถึงปัจจุบันยังเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร มามากกว่า 10 ปี จากประสบการณ์การลงพื้นที่ ได้พบปะกับเกษตรกรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พบว่ามีปัญหาด้านการเกษตรที่คล้ายคลึงกัน

 

นายชวริจณ์ กล่าวว่า “ปัญหาหลักในการทำการเกษตรในปัจจุบันมี 5 เรื่องด้วยกันก็คือ

1. ปัญหาเรื่องของคน ที่ขาดวินัย และขาดความรู้ในด้านการทำเกษตรที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องการให้ธาตุอาหารที่ตรงกับความต้องการของพืช

2. ปัญหาของดินพบว่าดินในปัจจุบันมีปัญหาทั้งระบบ โดยเฉพาะความเป็นกรด และการขาดธาตุอาหารในดินที่มีน้อยลงทุกวัน

3. ปัญหาของพืชซึ่งเกิดความเชื่อมโยงมาจากคน และดิน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ทำให้เกษตรกรต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากขึ้น

4. ปัญหาที่เกิดมาจากปุ๋ย อาทิ ปุ๋ยคุณภาพต่ำ, ปุ๋ยแพง, ปุ๋ยปลอม ที่ยังคงสร้างปัญหาให้เกษตรกรในปัจจุบัน

5. ปัญหาด้านการตลาด ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ต้องถูกได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับการให้ความรู้ด้านการตลาดให้กับเกษตรกร ซึ่งตรงนี้เกษตรกรยังขาดความรู้อยู่อีกมาก

 

นายชวริจณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่มีเอกชน และโรงงานผลิตปุ๋ย มาร่วมมือกันสร้างโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในแนวแบบนี้ออกมา ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะการช่วยให้เกษตรกรได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ และการช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนเพิ่มกำไรได้ รวมถึงการเล็งเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูสภาพดินในพื้นที่การเกษตรในปัจจุบัน และการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรมาคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง ซึ่งตรงนี้หากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมาก นายชวริจณ์ กล่าว

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube