บช.ก. จับแก๊ง มังกรจีนเทา พบเงินเหยื่อถูกถอน 2,900 ล้าน

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

 

 

จากกรณีที่มี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบาดหนัก และได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆและวิธีการต่างๆในการหลอกลวงเหยื่อ มาโดยตลอด จึงทำให้วันนี้ทางด้านของ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้แถลงผลการปฏิบัติการ ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา พล ถอนเงินสดจากการหลอกเหยื่อกว่า 2,900 ล้านบาท

 

 

จากกรณีดังกล่าว ได้มีการจับกุมนางสาว อัจฉรา อายุ 27 ปี และชาวจีน 4 คนพร้อมคนไทยในขบวนการรวมทั้งหมด 10 คน ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

 

โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์ หลอกลวงเหยื่อที่นิยมชอบใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การเช่าที่พัก รวมถึงการหางาน โดยอาศัยรูปแบบการทำงานที่ง่าย อาทิ กดไลค์ กดเพิ่มยอดผู้ติดตาม และได้เงินทันทีจึงทำให้เหยื่อหลงเชื่อ สนใจเข้าร่วมงาน เมื่อได้ลองทำงานแล้วในช่วงแรกปรากฏว่าได้รับเงินจริงจำนวนหลายครั้ง จากนั้นทางกลุ่มคนร้าย ได้ชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมทำกิจกรรมลักษณะการทำกิจกรรมพิเศษ โดยต้องนำเงินมาลงทุน และได้รับผลตอบแทน 30% ถึง 50% โดยช่วงแรก ได้รับผลตอบแทนจริง จากนั้นเมื่อลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โดยคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายไม่ทำตามขั้นตอนที่กำหนด

 

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าขบวนการดังกล่าว ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ มีการยกย้ายถ่ายเทเงิน ที่ได้จากการกระทำความผิดเป็นทรัพย์สินดิจิทัล ก่อนจะถ่ายเทไปยังกระเป๋าดิจิทัลอีกหลายทอด จนกระทั่งพบว่ากลุ่มผู้ต้องหา ทำหน้าที่ฟอกเงินและแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลเป็นเงินสด เพื่อนำส่งให้กับกลุ่มจีนเทาภายในประเทศไทย เบื้องต้นพบมีผู้เสียหายประมาณ 60 รายมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาทจากการขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถออกหมายจับ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 32 ราย ประกอบด้วยบัญชีม้าคนไทย 10 ราย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนจำนวน 2 ราย กลุ่มขบวนการฟอกเงินจำนวน 20 ราย ซึ่งมีทั้งชาวไทยชาวจีนและชาวเกาหลี

 

จากนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 68 ตำรวจได้ขยายผล ตรวจค้น 20 จุดใน 8 จังหวัด โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย ซึ่งเป็นแก็งฟอกเงิน ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ภายในประเทศไทย จำนวน 5 ราย และเจ้าของบัญชีม้าอีก 5 ราย โดยตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่างๆรวม 210 รายการ มูลค่าทั้งหมดกว่า 440 ล้านบาท โดยนางสาวอัจฉรา เป็นตัวการฟอกเงินในประเทศไทย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่รับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 62 เคยทำหน้าที่เป็นล่ามและไกด์พาเที่ยวให้กับชาวจีน ต่อมาปี 66 ได้รู้จักกับแฟนหนุ่มชาวจีน และร่วมกันรับแลกเหรียญดิจิทัลจากลูกค้ากลุ่มจีนเทาต่างๆ ที่ต้องการใช้เงินในประเทศไทย จากนั้นได้นำเหรียญดิจิทัลมาขาย และนำมาแลกเปลี่ยน นำส่งให้กลุ่มตีนเทาตามคำสั่ง โดยจะได้ค่าบริการ 0.03 % ถึง 0.05% ของยอดเงิน

 

 

นอกจากนี้ยังพบว่ามีเงินไหลเข้าไปบริษัทอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 10 บริษัท ในย่านบางนา เอกมัย และฝั่งธน ซึ่งใช้นอมินีสัญชาติไทย แต่กรรมการเป็นคนจีน ซึ่งตรงนี้ตำรวจจะต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 


 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews