“พาณิชย์” จีนชอบผลไม้อบแห้งไทย แนะเพิ่มสินค้านวัตกรรม
“พาณิชย์” จีนนิยมผลไม้อบแห้งไทย แนะเพิ่มสินค้านวัตกรรม เข้มมาตรฐาน มั่นใจครองเบอร์หนึ่งยาว หลัง 10 เดือนแรกของปี 67 โต 10.22%
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้หาตลาดล่วงหน้าให้กับสินค้าเกษตรของไทย
ล่าสุดได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแนวโน้มและความสนใจในการบริโภคผลไม้อบแห้งและแช่อิ่มของชาวจีน และโอกาสในการขยายตลาดส่งออกสินค้าผลไม้อบแห้งของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนที่นิยมผลไม้อบแห้งจากไทยเพิ่มมากขึ้น
โดยพบว่า มูลค่าตลาดในปี 2023 อยู่ที่ 146,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 32.6% และคาดว่า ปี 2028 จะมีมูลค่าสูงถึง 335,300 ล้านหยวน ส่วนปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการเลือกซื้อ คือ คุณสมบัติด้านสุขภาพและโภชนาการ มีสัดส่วนสูงถึง 82% และ 80.6% ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ อาทิ ไม่มีสารเติมแต่ง น้ำตาลน้อย แคลอรี่ต่ำ และนิยมซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ 81.4% และออฟไลน์ 77.6%
นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ผลิตหลายราย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งแบบผสมผสาน และได้กลายเป็นจุดขายใหม่ในตลาด เช่น แบรนด์จ้าวเหริน พัฒนาพาย โยเกิร์ตกราโนล่าผสมผลไม้อบแห้งและลูกพลับสอดไส้เนยซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และมีความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้น
สำหรับการนำเข้าผลไม้อบแห้งของจีน ในช่วง 10 เดือน ปี 2567 พบว่า นำเข้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง มีมูลค่า 125.64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.22% และมีการนำเข้าจากประเทศหลักอื่น ๆ อาทิ ชิลี เวียดนาม สหรัฐฯ และฝรั่งเศส โดยมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 58.60 , 4.67 , 3.63 และ 3.43 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ
“ตลาดผลไม้อบแห้งในจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากความสนใจด้านสุขภาพและโภชนาการของผู้บริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมธรรมชาติและแคลอรี่ต่ำและยังมีเรื่องนวัตกรรม เช่น การผสมผลไม้อบแห้งกับถั่วหรือโยเกิร์ต ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า และปัจจุบัน จีนนำเข้าผลไม้อบแห้งจากไทยเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าจากไทย
ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้ส่งออก จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและรักษาคุณภาพสินค้า พร้อมกับสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจีน จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งนี้ในระยะยาว” นางสาวสุนันทากล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





