บิ๊กอ้อ ประชุม คดี คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นชิงทองคำ 5 ล้าน บาท ย้ำ คดีมีความคืบหน้าไปมาก เตรียมหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หาแนวทางการป้องกันทางกับทางร้าน
วันนี้ (4 ก.พ 68) เวลา 12.00 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรภาค1 พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมายังห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นชิงทองคำน้ำหนักกว่า 100 บาท มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท ภายในร้านทองตั้งอยู่ในห้างดัง ย่านคลอง 5 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ตำรวจ สภ.ลำลูกกา และตำรวจชุดสืบสวนที่รับผิดชอบคดี ซึ่งทาง พล.ต.ท.อัครเดช จะออกมาเปิดเผยความคืบหน้ากับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ
พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี วันนี้ได้รับมอบหมายจาก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมความคืบหน้าและการปฎิบัติในกรณีคดี คนร้ายบุกเดี่ยว ปล้นชิงทองคำน้ำหนักกว่า 100 บาท มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท และการติดตามคดีค่อนข้างที่จะมีความคืบหน้าไปอย่างมาก เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่พบเห็น สามารถที่จะเร่งรัดตามคดีได้ ยังไม่ถึงขั้นมีการออกหมายจับต้อง มีการสืบสวน พิสูจน์ทราบ ให้แน่ชัด จึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได โดยได้มีการตั้งข้อหาชิงทรัพย์
นอกจากนี้ยังพบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ในการก่อเหตุหลบหนีหลังซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวยี่ห้ออะไรแต่ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลเพียงพอและคาดว่า จะสามารถจับกุมตัวได้โดยเร็ว แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะสามารถจับกุมได้ภายใน 1-2 วัน
เมื่อถามว่าคนร้ายรู้เห็นกับพนักงานในร้านด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.อัคราเดช ระบุยังไม่กล้าไม่ตัดสินใจไปแบบนั้นคงต้องเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องไปพิสูจห์ทราบต่อไป แต่ทั้งนี้มองว่าพนักเป็นผู้หญิงเมื่อคนร้ายเข้ามาและมีการบังคับจึงเกิดการเกรงกลัวและเกิดภาวะจำยอมและปล่อยให้คนร้ายได้ทรัพย์สินไป
นอกจากนี้ยังพบว่าร้านทองดังกล่าวเคยเกิดเหตุถูกชิงทรัพย์มาแล้วถึง 6 ครั้ง ดังนั้นจึงจะต้องมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการมาพูดคุยหารือเพื่อปรับแนวทางในการป้องกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญและกำชับให้ดำเนินการอยู่แล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews