โฆษก กมธ. ศึกษา พรบ.งบ 68 วุฒิสภา เตรียมเชิญผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ แจงการใช้งบพรุ่งนี้ ยืนยันพิจารณาทันตามกรอบปฎิทินงบ พร้อมชงข้อเสนอ ใช้งบกลางในโครงการดิจิทัลต้องคุ้มค่า
นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 วุฒิสภา แถลงผลการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 2568 ว่า เหลือระยะเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้นโดยข้อจำกัดดังกล่าวประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา จึงได้ดำเนินการเชิญทุกหน่วยงาน ระดับกระทรวง และกรมเข้าชี้แจงให้ครบ
โดยในวันพรุ่งนี้จะเป็นการประชุมหน่วยงานสุดท้ายโดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายกเมืองพัทยา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม จากนั้นจะเป็นการสรุปผลการพิจารณาเพื่อจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะสรุปผลการพิจารณาเพื่อจัดทำรายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภา ทันตามกรอบปฏิทินงบประมาณ คือภายในวันที่9-10 กันยายน 2567
เพื่อให้สามารถใช้บังคับได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ต่อไป ทั้งนี้การพิจารณาของวุฒิสภาได้พยายามให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะเพื่อให้งบประมาณสามารถนำไปสู่การบริหารปัญหาและสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศ โดยการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 วงเงินงบประมาณ 3.752ล้านล้านบาท วุฒิสภาได้พยายามให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะเพื่อให้งบประมาณสามารถนำไปสู่การบริหารปัญหาและสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศ
เช่น งบประมาณที่ดำเนินการต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและต้องขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล 142 ประเด็น ที่แต่ละหน่วยงานยังขาดรายละเอียดโครงการตัวชี้วัดพื้นฐานและการนำไปสู่เป้าหมายในสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้เกิดขึ้นตามเมื่อระยะเวลาต่างๆที่เป็นรูปธรรมและโครงการมีการกระจายตัวย่อยเกินไปจึงอาจต้องมีการทบทวนให้มีการดำเนินการในเฉพาะประเด็นสำคัญ
นอกจากนี้ งบประมาณที่จัดสรรลงไปในเชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาลตำบลทั่วประเทศจำนวน 2300 แห่งที่ ที่เข้ามาเป็นหน่วยงานรับตรงตามพระราชบัญญัติงบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจากเดิมได้รับการจัดสรรผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยทำให้สัดส่วนงบประมาณที่เคยจัดสรรจำนวนประมาณ 60,000 ล้านบาท
ในแต่ละปีงบประมาณ ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงแล้วเปลี่ยนมาจัดสรรให้โดยตรงกับเทศบาลเทศบาลต่างๆทั่วประเทศแทนซึ่งมองว่ายังมีปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นกับเทศบาลเทศบาลตำบลนั้นเนื่องจากในปีนี้เป็นปีแรกของการเป็นหน่วยงานรับตรงและยังมีโอกาสได้เชิญเทศบาลตำบลมาร่วมประชุมชี้แจงดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ
สำหรับประเด็นข้อสังเกตจากการพิจารณาในหลายหน่วยงาน เช่นภาพรวมเศรษฐกิจและการจัดทำงบประมาณ ซึ่งมีข้อสังเกตว่า การจัดทำงบประมาณควรมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศในทุกมิติควรหาวิธีการในการจัดเก็บรายได้ให้มากขึ้นให้ใกล้เคียงกับรายจ่าย เพื่อลดการกู้เงิน เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
ส่วนงบกลาง ที่จะนำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะต้องเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยหากมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดีมีรูปแบบและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมีความโปร่งใสและดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสมและคำนึงถึงประสิทธิภาพของการหารายได้ จากนโยบายอื่นๆ ด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการลูกจ้างและพนักงานของรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีหน่วยงานที่รับผิดชอบควรมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบการเบิกจ่ายให้ถูกต้องตามความเป็นจริง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews