ทนายความร้อง ปคม.หาตัว “ไอ้โม่ง” ชำเรา ด.ญ. อายุ 11

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

ทนายความ ร้อง ปคม.หาตัว “ไอ้โม่ง” ชำเรา ด.ญ. อายุ 11 จนเป็นเหตุให้พระที่ถูกกล่าวหาต้องไปเสียชีวิตในเรือนจำ

 

 

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหล เขตจตุจักร กทม. นายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล ภูมิลำเนาอยู่ จ.ภูเก็ต อาชีพทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พอช นพลัส รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. แจ้งความว่าหลังจากเมื่อวันที่ (14 ส.ค.67) ได้เข้ามาปรึกษา พนักงานสอบสวน บก.ป.ให้รื้อคดี ก่อนแนะนำให้แจ้งความเป็นคดีค้ามนุษย์ วันนี้จึงมาแจ้งความกล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน บก.ปคม.ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ได้กระทำชำเรา ด.ญ.อายุ 11 ปี เมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีดำ ของศาลอาญาธนบุรี โดยข้อเท็จจริงที่ปรากฎในคดีดังกล่าวมีหลักฐานที่ปรากฎว่าผลการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม(DNA) ไม่มีความสัมพันธ์กับสารพันธุกรรม (DNA) ของจำเลยในคดีดังกล่าว จึงเชื่อว่าผู้เสียหายถูกกระทำชำเราโดยบุคคลอื่น จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อให้การต่อพนักงานสอบสวน พร้อมมอบเอกสารประกอบคำให้การ เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

นายนิทัศน์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2564 มารดาของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี แจ้งความต่อ ร.ต.อ.จิรันธนิน กลิ่นนิรัญ พนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ ให้ดำเนินคดีกับพระสมเกียรติ เพชรอริยวงศ์ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำอนาจารและ กระทำชำเรา ด.ญ.เอ ผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนได้ส่ง ด.ญ.11 ปี ไปตรวจ เชื้ออสุจิหรือสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ที่สถาบัน นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผลของการตรวจพบเจอเชื้ออสุจิ ผ่านการร่วมประเวณี และร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ตามรายงานการตรวจ ชันสูตรผู้ป่วยในคดี โรงพยาบาลตำรวจ

 

ต่อมาพระสมเกียรติได้เข้ามอบตัว สู้คดีโดยให้การปฏิเสธ พร้อมกับทางพนักงานสอบสวนได้ส่ง พระสมเกียรติไปตรวจ เชื้ออสุจิหรือสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอเอ็น) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ว่ามีความสัมพันธ์กับสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)หรือเชื้ออสุจิ ที่เก็บจาก ด.ญ.11 ปีหรือไม่ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)หรือเชื้ออสุจิที่ปรากฎในอวัยวะเพศของ ด.ญ.เอ ไม่มีความสัมพันธ์กับสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)ของพระสมเกียรติแต่พระสมเกียรติ แต่ยังถูกดำเนินคดีและมีการฟ้องร้องต่อศาลอาญาธนบุรี และท้ายสุดศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อ 27 มิ.ย.2567 ให้พระสมเกียรติ แพ้คดี ต้องโทษจำคุก ก่อนจะไปเสียชีวิตในเรือนจำธนบุรี เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2567

 

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎในคดีดังกล่าวมีหลักฐานชัดเจน เช่น คำให้การของ ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย ที่ได้ให้การต่อศาลว่า “ในวันที่ 3 ต.ค.2564 เวลาประมาณ 16 นาฬิกา ข้าฯ ได้ไปหาคนรักของข้าฯ ชื่อ ฟ.และมีเพศสัมพันธ์กับนาย ฟ.โดยนาย ฟ.สวมถุงยางอนามัย จึงไม่มีน้ำอสุจิออกมาจากถุงยางอนามัย” ดังนั้นน้ำอสุจิที่ตรวจพบในช่องคลอดของ ด.ญ.เอ ในคดีที่พระสมเกียรติ ตกเป็นจำเลยเป็นของใครยังมิทราบได้ แต่เป็นเหตุให้มีการดำเนินคดีกับพระสมเกียรติ จนเป็นเหตุให้มรณภาพในเรือนจำเมื่อ 28 มิ.ย.2567

 

ดังนั้นเมื่อ ด.ญ.เอ ถูก กระทำชำเรา โดยชายที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นบุคคลใด แต่การกระทำชำเราหรือการร่วมประเวณีระหว่าง ด.ญ.เอ และชายดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายอาญา มาตรา 277 ตนจึงมากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ทำการสืบสวนสอบสวนหาบุคคลที่ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด กระทำผิดต่อกฎหมายเป็นความผิดร้ายแรง เป็นภัยต่อสังคมเพราะกระทำต่อเด็ก มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews