ศปปส.บุกอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือ จี้ ทูตสหรัฐฯขอโทษคนไทยและหยุดก้าวกิจการภายในประเทศ ขณะที่สถานทูตฯไม่รับหนังสือและให้ไปยื่นที่ กต.แทน ด้านตำรวจตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อย
นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำพร้อมด้วยมวลชนศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส.รวมตัวกันทำกิจกรรมอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึง เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้หยุดก้าวถ่ายกิจการภายในของ ประเทศไทยและหยุดก้าวล่วง อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณี นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการยุบพรรคก้าวไกลในประเทศไทย ลักษณะมีความกังวลว่าการยุบพรรคก้าวไกล ลิดรอนสิทธิ์ชาวไทยกว่า 14 ล้านคน
ที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และเสี่ยงต่อการบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตยของไทย และขัดกับความปรารถนาของชาวไทยต่ออนาคตที่มั่นคงและเป็นประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้ไทยดำเนินการเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง และเพื่อปกป้องประชาธิปไตย รวมถึงเสรีภาพในการสมาคมและการแสดงออก
โดยนายอานนท์ กล่าวว่าคำแถลงการณ์ของสหรัฐฯไม่ตรงกับความเป็นจริงและเป็นการแสดงความคิดเห็นแทนประชาชนคนไทย ที่เป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งเป็นการเสียมารยาททางการทูตอย่างมาก แม้ทูตประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ประจำประเทศไทย สามารถเข้าร่วมสังเกตุการณ์ในการวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทูตจะถืออภิสิทธิ์ชนในการออกแถลงการณ์หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นการก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศไทยและยังก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของไทยอีกด้วย
ทาง ศปปส.จึงได้ทำหนังสือด่วน นายโรเบิร์ด เอฟ. โกเดค (Ambassador Robert F. Godec) เอกอัครราชทูต สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อให้ทบทวนบทบาท หน้าที่ และมารยาททางการทูต ของสถานทูตสหรัฐ ฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย พร้อมทั้งการแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำในครั้งนี้ โดยทางสถานทูตสหรัฐ ฯ ต้องรีบออกแถลงการณ์ในเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐ ฯหรือตามสื่อออนไลน์แฟลตฟอร์มต่างๆเพื่อกล่าวขอโทษประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ก้าวก่ายกิจการภายในประเทศไทย และก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธธรรมนูญ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯได้แจ้งกับทางกลุ่ม ศปปส.ว่า ทางสถานทูตฯไม่ขอรับหนังสือดังกล่าวและขอให้ไปดำเนินการยื่นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือให้จัดส่งเป็นจดหมายแทน ดังนั้นทางแกนนำจึงจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปและจะมีการนัดรวมตัวกันเพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้าสถานทูตสหรัฐฯและบริเวณโดยรอบได้มีกำลังตำรวจจาก สน.ลุมพินี และตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล5 จัดกำลังมาดูแลความเรียบร้อยกว่า 20 นาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่ตลอดการทำกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการจราจรติดขัดบ้างบริเวณด้านหน้าสถานทูตฯเนื่องจากแกนนำได้มีการนำรถกระจายเสียงมาจอดและปราศรัยรวมถึงอ่านแถลงการณ์บริเวณเกาะกลางถนนโดยล่าสุดมวลชนได้แยกย้ายและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews