หนุ่มญี่ปุ่นมีหมายจับคดียักยอกทรัพย์หายตัวปริศนา บิดารุดแจ้งความบอกมีอีเมล์แจ้งลูกป่วยหนักต้องใช้เงินครั้งแรกโอน 2.5แสน ก่อนขอให้โอนอีก 7.5หมื่น พอตรวจสอบ ตม.พบวีซ่าหมดตั้งแต่ปี65แต่ยังไม่พบข้อมูลลูกออกจากประเทศไทย จึงหวั่นได้รับอันตราย
วันที่ 5ส.ค.67 เวลา 12.17 น. ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า นาย MISSYOSHIMI NISHI อายุ 66 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น บิดาของ MR.TAKAHIRO NISHI อายุ 39 ปี สัญชาติ เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สถาพร โสตถิยิ้ม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ว่า ก่อนเกิดเหตุบุตรชายได้เดินทางมาทำงานที่ประเทศไทย หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63
ได้ติดต่อกับบุตรชายทางแอปพลิเคชันไลน์เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงติดต่อมายังสถานฑูตญี่ปุ่น โดยได้รับแจ้งจากสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่าบุตรชาย ถูกจับกุมตามหมายจับตามคดีอาญาเลขที่ 797/2563 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ส่งดำเนินคดีที่ศาลแขวงพระนครใต้ ต่อมาบุตรชายได้หนีประกันในชั้นศาลและได้มีหมายจับของศาลแขวงพระนครใต้ ที่ จ.321/2565
ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.66 บิดาได้รับข้อความทางอีเมล แจ้งว่าบุตรชายมีอาการป่วยหนักต้องใช้เงิน ผู้แจ้งจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารญี่ปุ่น จำนวน 1ล้านเยน หรือประมาณ 250,000 บาท หลังจากนั้นวันที่ 21 มิ.ย.66 ได้มีอีเมลมาหาผู้แจ้งอีกบอกว่า ต้องใช้เงินอีก 300,000 เยนหรือประมาณ 75,000 บาท แต่บิดาไม่ได้โอนเงินให้ไป
จากนั้นบิดาได้ตรวจสอบกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าบุตรชายของเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 ผ่านด่าน ตม.หนองคาย และมีการต่อวีซ่าล่าสุดที่ ตม.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 และจะสิ้นสุดการอนุญาตเมื่อปี 2565 โดยบุตรชายยังไม่ได้มีการเดินทางออกจากประเทศไทยจึงเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามหาบุตรชายของผู้แจ้งต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews