6 ศพ สังเวยด้วย “ไซยาไนด์” ฝีมือ 1 ใน 6 คาดปมเงิน 10ล.

อาชญากรรม ข่าว
ตำรวจแถลงปม 6 ศพชาวต่างชาติในโรงแรมดัง คาดปมหนี้สิน 10 ล้าน เชื่อหนึ่งในผู้ตายเป็นผู้ลงมือวางยาสารไซยาไนด์ในกระติกน้ำร้อน

 

 

 

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีพบศพชาวต่างชาติ 6 ราย เสียชีวิตในโรงแรมหรูย่านราชประสงค์ หลังจากประชุมความคืบหน้าทางคดีในช่วงเช้าวันนี้

 

 

พล.ต.ต.นพศิลป์ ได้ชี้แจงรายละเอียดการเดินทางเข้าประเทศไทยของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายโดยละเอียด พบว่า มีการเดินทางเข้ามาครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม เดินทางมาจากโฮจิมินห์ จากนั้นบุคคลที่เหลือได้ทยอยเดินทางเข้ามาและแยกย้ายกันเข้าห้องพัก โดยทุกคนเป็นผู้เช็คอินด้วยตนเองไม่มีบุคคลภายนอกเข้าไปและยืนยันว่ามีผู้เข้าพักทั้งหมด 6 คน

 

 

จากการตรวจสอบเว็บไซต์จองโรงแรมพบว่ามีการแจ้งเข้าพักทั้งหมด 7 คน โดยคนที่ 7 นั้นเป็นน้องสาวของหนึ่งในผู้เสียชีวิตซึ่งเดินทางเข้ามาในวันที่ 4 กรกฎาคมแต่ได้เดินทางกลับดานัง ประเทศเวียดนามแล้วตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม คาดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้ จากการสอบถามพนักงานในโรงแรมยืนยันว่า ในวันที่ 15 กรกฎาคม ผู้เข้าพักในห้อง 502 ได้สั่งอาหารจำนวนหนึ่ง คือ ข้าวผัด 5 จาน ต้มยำกุ้ง 4 จาน ผัดผักรวม4จาน ผัดผักบุ้ง1จาน และชา 2 กระติก พร้อมแก้วน้ำชา 6 ใบ หลังจากนั้นได้สั่ง อาหารเพิ่มรอบที่สองคือ ข้าวผัดเพิ่มเติมอีกหนึ่งจาน และกำชับให้นำมาส่งที่ห้องในเวลา 14.00 น.

 

 

โดยพนักงานโรงแรมได้นำอาหารชุดแรกเข้าไปส่งที่ห้องในเวลา 13.51 น. โดยนำอาหารใส่ในถัง พร้อมด้วยชุดชา แก้วน้ำร้อน วางไว้บนโต๊ะภายในห้อง และพบผู้หญิง สัญชาติอเมริกัน (หมายเลข 5) อยู่ภายในห้องเพียงคนเดียวเป็นผู้รับอาหาร ซึ่งพนักงานได้เสนอจะชงชาให้แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวปฏิเสธ แจ้งว่าจะทำเอง พนักงานจึงได้ออกจากห้อง รวมเวลาที่อยู่ในห้องทั้งหมดประมาณ 6 นาที

 

 

 

พล.ต.ต.นพศิลป์ ยืนยันว่า หลังจากเวลา 13.57 น. ในห้องที่เกิดเหตุมีผู้หญิง (หมายเลข 5) อยู่เพียงคนเดียว หลังจากนั้นผู้เสียชีวิตอื่นๆได้ทยอยนำกระเป๋ามาไว้ที่ห้องดังกล่าวเพื่อเตรียมเช็คเอาท์ และได้เข้าไปในห้องในเวลาประมาณ 14.17 น. หลังจากนั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่พบว่ามีผู้ใดเดินออกมาจากห้องอีก ซึ่งผลการตรวจสอบสาร เบื้องต้นพบว่าในถ้วยชาทั้ง 6 ใบมีสารไซยาไนด์ จึงเชื่อว่า 1 ใน6 ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยใช้สารดังกล่าวแต่จะนำเข้ามาหรือซื้อในประเทศไทยนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

 

ซึ่งขณะนี้ทางนิติเวชอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด รวมถึงผลการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ และลายนิ้วมือดีเอ็นเอคาดว่าจะทราบผลในช่วงบ่ายวันนี้ ได้ประสานสถานทูตสหรัฐอเมริกาและสถานทูตเวียดนาม และฝ่ายความมั่นคงของเวียดนามตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียชีวิตทั้ง6รายแล้ว

 

 

ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลจากญาติทราบว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตมีผู้ที่เป็นสามีภรรยา สัญชาติเวียดนาม ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถนนในประเทศเวียดนาม ซึ่งได้ร่วมลงทุน สร้างโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นเงินไทยมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ตามที่ผู้หญิงหมายเลข 5 ได้ชักชวน แต่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งที่ผ่านมามีการทวงถามอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้จึงได้มีการนัดหมายให้ไปเคลียร์กันที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ติดขัดเรื่องการขอวีซ่าจึงเปลี่ยนมาเป็นประเทศไทย โดยวันนี้จะสอบปากคำญาติ 3-4 คนเพิ่มเติม

 

 

พล.ต.ต.นพศิลป์ ยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 รายไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมหรือแก๊งต่างๆที่เลือกมาก่อเหตุในประเทศไทยและขอยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวในไทย

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews