บริษัท ยู ซัมมิท กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนไกล่เกลี่ย คุณปู มัณฑนา หิมะทองคำ บุก สน.ทองหล่อ ร้องขอความเป็นธรรมกู้ศักดิ์ศรีตำรวจคืน
คุณตรีพัชญ์ มหากิจวิวัฒน์ กรรมการบริษัท ยู ซัมมิท กรุ๊ป จำกัด แจ้งความร้องทุก หรือกล่าวโทษขอให้ทางสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ทำการสอบสวนว่าการกระทำของทนายเดชาและทนายกุ้ง พร้อมทั้งส่งมอบคลิปดังกล่าวได้ทำการพูดออกสื่อออนไลน์ เป็นหลักฐานว่าดูหมิ่นพนักงานสอบสวนหรือไม่อย่างไร และผู้อื่นได้ฟังแล้วกล่าวอ้างว่าพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไร แม้คดีนี้จะไม่ได้ระบุชื่อพนักงานสอบสวนแต่ก็เห็นได้ชัดว่าคู่กรณีในคดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อจำนวนหลายคนก็รู้ว่าพนักงานสอบสวนในคดีที่ทนายเดชา และทนายกุ้งพูดถึงเป็นพนักงานสอบสวนชื่ออะไร

บริษัทฯ จึงขอให้สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อทำการสอบสวนจนสิ้นกระแสความ และขอให้ออกหมายเรียกทนายเดชาและทนายกุ้ง และบุคคลอันที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา และทำความเห็นในทางคดีว่าการกระทำของทนายเดชากับทนายกุ้งเป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการตามกฎหมาย โดยคุณตรีพัชญ์ มีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อดูหมื่นและถูกทำให้เกลียดชัง มีความประสงค์ให้ ร.ต.ท. เปรม ชำนาญดู รอง สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ เป็นพนักงานสอบสวนเนื่องจากเป็นผู้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด
โดยคุณตรีพัชญ์ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ในช่วงไกล่เกลี่ย ช่วงท้ายได้เห็นในเหตุการณ์ และทราบถึงข้อเท็จจริงว่า ต่างฝ่ายต่างยังมีอารมณ์ จึงไม่สามารถตกลงได้ และในที่สุดทั้งสองฝ่ายได้ตัดสินใจเลื่อนนัดการไกล่เกี่ยอีก 1 ครั้ง พร้อมลงลายมือชื่อบันทึกประจำวันทั้งคู่ เป็นวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 คุณตรีพัชญ์ ได้แสดงความรู้สึกสะเทือนใจที่ สน.ทองหล่อ ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะประชาชนที่ได้มีบ้านและบริษัทอยู่ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนในละแวกนั้น
และในวันเดียวกันคุณตรีพัชญ์ ได้ลงบันทึกประจำวัน กรณีดำเนินคดีคดีกับลิลลี่ เหงียน ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากเธอได้กล่าวถึงบริษัทฯ ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ว่า “ปัญญาอ่อน” ณ ตอนนั้นตนเข้าใจว่าเกิด เกิดจากอารมณ์และความไม่เข้าใจ ว่าเราเป็นตัวกลาง ในการไกล่เกลี่ย ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งการลงบันทึกประจำวันในครั้งนี้เป็นการตักเตือนครั้งแรกหากมีการหมิ่นประมาทครั้งที่สองก็จะดำเนินคดี เรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท เนื่องจากเราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีนายทุนเยอะและการหมิ่นประมาทของลิลลี่เป็นการพูดในโซเชียล ทำให้ดูซ้ำและเผยแพร่ซ้ำๆ ได้จึงสร้างความเสียหายให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews