แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างชื่อ-ปลอมบัตร นายตำรวจระดับสารวัตรและรองสารวัตร งานสืบสวนสภ.เมืองขอนแก่น หลอกประชาชน สูญเงินหลายล้านบาท
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประชาชนสัมพันธ์ผ่านโซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะเพจเฟสบุ๊ค สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งได้โพสต์ภาพตำรวจและบัตรข้าราชการตำรวจ พร้อมข้อความ ประชาสัมพันธ์เตือนภัย..แก๊งคอลเซนเตอร์แอบอ้างชื่อเป็นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ของ สภ.เมืองขอนแก่น โดย ขอชี้แจ้งว่า การแอบอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง หากได้รับความเสียหายกรุณาแจ้งที่สภ.ใกล้เคียงของท่านโดยด่วนหรือแจ้งความออนไลน์www.thaipoliceonline.com หรือ
โทร.1441หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สภ.เมืองขอนแก่น โทร.043221162 คนร้ายใช้กลอุบายในแบบเดียวกันทั้ง 3 รายว่า เป็นนายตำรวจยศ พันตำรวจโท ตรวจเช็คพบว่ามีเงินจากขบวนการค้ายาเสพติด โอนเข้าบัญชีธนาคาร เป็นการฟอกเงิน และเจ้าของบัญชีจะมีความผิด ถ้าไม่อยากมีความผิดให้คุยกับนายตำรวจที่รับผิดชอบ”
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า รายแรกที่เป็นผู้เสียหายเป็นชาวบึงกาฬ มีญาติที่เป็นเพื่อนกับตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองขอนแก่นที่ทำงานกับ พ.ต.ท.สุวัฒชัย ศรีวิชา สว.(สส.)สภ.เมืองขอนแก่น โดยผู้เสียหายรับสายจากมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ยศพันตำรวจโทรว่า มีเงินจากการค้ายาเสพติดโอนเข้าบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ผู้เสียหายได้พูดคุย
จนมิจฉาชีพ แสดงตัวและวีดีโอคอล มาคุยด้วย พร้อมส่งบัตรข้าราชการตำรวจมาให้ผู้เสียหายทางไลน์ ผู้เสียหายจึงแคปหน้าจอขณะวีดีโอคอล และบันทึกภาพบัตรข้าราชการตำรวจ ส่งมาให้ญาติที่เป็นเพื่อนกับตำรวจชุดสืบสวน จากนั้นจึงได้มีการสอบถามมายังพ.ต.ท.สุวัฒชัย ความจริงจึงถูกเปิดเผยว่า ชื่อ สกุล ถูกต้องตรงกัน แต่หน้าตาที่ส่งมานั้น ไม่ใช่ จึงมีการตรวจสอบพบว่า
เลขบัตรประชาชน 13 หลักก็ไม่ถูกต้อง เครื่องแบบที่สวมใส่ขณะวีดีโอคอลกับผู้เสียหายก็ไม่ใช่นายตำรวจ ยศพันตำรวจโท เพราะสวมเครื่องแบบยศ ร.ต.อ.เท่านั้น จึงให้ตำรวจชุดสืบสวน แจ้งกลับไปยังผู้เสียหายว่า อย่าหลงเชื่อและอย่าโอนเงินให้เด็ดขาด แต่กว่าจะกระจ่าง ผู้เสียหายก็โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้วหลายแสนบาท
“นายตำรวจทั้ง 3 นาย ถูกแอบอ้างเอาชื่อ สกุลไปหลอกลวงประชาชน ทำให้ประชาชนเสียเงินรายละหลายแสนและเสียเงินล้าน แม้จะเป็นการปลอมบัตรปลอมเอกสาร ซึ่งเมื่อเราได้ข้อมูลมาก็ได้ทำการตรวจสอบ แต่ไม่พบตัวตนตามที่อยู่ จึงยังไม่แน่ใจว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้อยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ แต่ได้มีการประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อสืบสวนจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิดในข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน
หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน จึงฝากเตือนประชาชนว่า หากมีโทรศัพท์มาหาแล้วแจ้งว่ามีเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดเข้าบัญชีจำนวนมาก มีความผิดเรื่องฟอกเงิน อย่าหลงเชื่อ อย่ากลัว ให้ตั้งสติ ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโทร 191 แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงิน”
พ.ต.ท.สุวัฒนชัย กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายหลงเชื่อทุกคำพูดของมิจฉาชีพและไม่ปริปากบอกใคร ปรึกษาใคร ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีบัญชีธนาคารที่ธนาคารดังกล่าว คิดเพียงว่า กลัวความผิด กลัวติดคุก และเชื่อว่า จะได้เงินคืน เมื่อความจริงปรากฏ ว่า บุคคลที่คุยด้วยนั้น เป็นมิจฉาชีพ และสูญเสียเงินไปล้านกว่าบาท จึงได้แนะนำให้ผู้เสียหาย ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเอาผิดกับมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พค.ที่ผ่านมา ก็ได้รับการติดต่อจากข้าราชการตำรวจที่สหกรณ์ตำรวจปัตตานีว่า
มีญาติถูกมิจฉาชีพอ้างเป็น พ.ต.ท.สุวัฒชัย หลอกลวง ว่ามีเงินจากกลุ่มค้ายาเสพติด โอนเข้าบัญชีธนาคาร จะมีความผิด ในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งต้องติดคุก ถ้าไม่อยากติดคุกต้องจ่ายเงิน ผู้เสียหายรายดังกล่าวหลงเชื่อ ได้โอนเงินให้มิจฉาชีพไปทั้งหมด 1.2 ล้านบาท จนไม่มีเงินจะจ่ายให้อีก จึงบอกกับญาติที่เป็นตำรวจ ญาติจึงตรวจเช็ครายละเอียดให้ จนทราบว่า เป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพ และได้แจ้งมาให้ตนทราบเรื่อง จึงแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews