ผู้เสพคือผู้ป่วย แต่คนอยู่ด้วยหวิดดับ ลูกคลั่งขอเงินพ่อซื้อยาบ้าไม่ได้ ใช้มีดแทงพ่อ สาหัส
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ (ขอสงวนชื่อ) ได้เข้าพบนายสิทธิชัย เลียนอย่าง เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ (NRO) ขอความช่วยเหลือปรึกษาทางด้านคดี เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จักราช จังหวัดนครราชสีมา หลังจากนายหนูไพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ต.คลองเมือง อ.จักราช จ.นครราชสีมา ถูกลูกชายที่ติดยาเสพติด แล้วมีอาการอยากยา ขอเงินพ่อไปซื้อยามาเสพไม่ได้ เกิดอาการหลอนและคลั่งไม่พอใจ จึงย่องเงียบกลางดึก บุกแทงพ่อหมายเอาให้ตาย โชคดีพ่อไหวตัวทัน ยื้อแย่งมีดจากลูก แต่ถูกบาดที่มือ เป็นแผลฉกรรจ์เย็บสิบเข็ม
ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกชายถูกตำรวจจับกุมมาหลายครั้งในคดียาเสพติด แต่เนื่องจากเป็นเพียงผู้เสพ จึงเข้ารับการบำบัดในฐานะเป็นผู้ป่วย แต่ไม่กี่วันก็กลับมาเสพยาต่อ จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งจะทำร้ายคนในครอบครัวเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้ถึงขั้นจะเอาชีวิต จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที
ซึ่ง น.ส.ศิริพร (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสาวผู้ได้รับบาดเจ็บและเป็นพี่สาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ลูกชายเกิดอาการอยากยาและเริ่มคลุ้มคลั่งหลังจากขอเงินพ่อไปซื้อยาเสพติดแล้วพ่อไม่มีให้ ทำให้พ่อกับพี่ชายต้องหนีออกไปนอนกระท่อมปลายนา จนถึงกลางดึก ผู้ก่อเหตุได้แอบย่องเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า “วันนี้ขอนะ ต้องมีงานศพ” จากนั้น ก็เอามีดออกมาจะจ้วงแทง แต่พ่อไหวตัวทัน ใช้มือรับมีดไว้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่มือ ส่วนพี่ชายของผู้ก่อเหตุที่นอนอยู่ข้างพ่อ ก็เข้าไปช่วยแย่งมีดออก ผู้ก่อเหตุจึงกระโดดหน้าต่างหลบหนีไป
ซึ่งครอบครัวได้แจ้งผู้นำชุมชนให้ทราบแล้ว แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุเสพยามานานเป็นสิบปี มีบัตรผู้ป่วยจิตเวช จึงเกรงว่า อาจไม่สามารถแจ้งความได้ เพราะเข้าข่าย “ผู้เสพคือผู้ป่วย” จึงประสานขอความช่วยเหลือทางด้านคดี เพราะเกรงผู้ก่อเหตุจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ จนอาจทำให้คนในครอบครัวถึงขั้นเสียชีวิต จึงอยากให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ไม่อยากให้กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอีก เพราะทุกคนในครอบครัวรู้สึกกลัวและกังวลใจอย่างมาก เกรงว่า ตำรวจจับไปแล้ว ส่งเข้ารับการบำบัด ไม่กี่วันก็ปล่อยตัวกลับบ้านเหมือนทุกๆ ครั้ง แต่ล่าสุดถึงขั้นจะฆ่าคนในครอบครัว จึงไม่อยากให้อยู่ที่บ้าน อยากให้ตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ให้ได้รับโทษติดคุกหลายๆ ปี
ด้านนายชัย (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน บอกว่า ผู้บาดเจ็บที่ถูกลูกชายชื่อ “ชาติ” (ขอสงวนนามสกุล) ก่อเหตุใช้มีดแทง เป็นเพื่อนบ้านกัน แต่ครอบครัวของตนและเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ชิดมากนัก เพราะผู้ก่อเหตุมักอาละวาด จนพ่อแม่นอนที่บ้านไม่ได้เลย ต้องแยกย้ายกันหนีไปที่อื่น บางครั้งก็ไปขออาศัยที่บ้านลูกของตน แต่พอผู้ก็เหตุรู้ ก็ไปหาเรื่องจนอยู่กันไม่ได้ ส่วนใหญ่จะขอเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ แต่ให้หลายครั้งก็ไม่พอ ถ้าได้น้อยก็อาละวาด ขู่จะฆ่าจะทำร้าย ก่อนหน้านี้ก็จะฆ่าแม่ เพราะแม่เคยให้เงิน แต่พอไม่ได้ ก็ตามหาแม่ไปทั่ว บอกว่า “ถ้าแอบหนีไปไหน จะฆ่าทิ้ง” แม่ก็หนีเอาตัวรอดมาได้ ก่อนหน้านี้มีอาการหลอนคลุ้มคลั่ง ตำรวจและผู้ใหญ่บ้านต้องช่วยกันนำตัวส่งเข้ารับการบำบัด
แต่ก็ถูกปล่อยตัวกลับบ้าน แล้วก็เสพยาอีก และระแวงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ กลัวถูกจับไปบำบัดอีก เป็นตัวอันตรายของชุมชน ต้องประกาศบอกคนในหมู่บ้านและคนอื่นๆ ที่เข้ามาในชุมชนอย่าเข้าใกล้ จนวันเกิดเหตุ คนในครอบครัวต้องแอบหลบไปพักอาศัยอยู่กระท่อมกลางนา นำวัวควายไปเลี้ยงที่นั่น แต่นายชาติฯ ก็หาโอกาสตามไปก่อเหตุจนได้ อันตรายจริงๆ
ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (6 พฤษภาคม 2567) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จักราช ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่บ้านพัก หลังจากหลบหนีไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 แล้วย้อนกลับมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ได้ให้ญาติเซ็นเอกสารยินยอม ก่อนนำส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการรักษาอาการที่ โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จนอาการดีขึ้น แล้วจึงนำตัวมาสอบปากคำประกอบสำนวนตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews