ชาวบ้านวอนตรวจสอบด่วน หลัง สพป.ขอนแก่น เขต 4 ออกคำสั่งเอื้อ ผอ.คอลสยิวและทุจริตเงินโรงเรียน
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค.2567 ส.ต.อ.สมัย อายุ 56 ปี ผญบ. ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเป็นกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยบอกทางผอ.สพป.ขก.เขต 4 แล้วว่า ถ้าท่านไม่ดำเนินการตามข้อร้องเรียนภายใน 1 สัปดาห์ ตนเองก็จะหาที่พึ่งอื่น ที่จะสามารถช่วยเหลือครูหรือบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน
ที่พยามรวบรวมพยานหลักฐานให้กับคณะกรรมการสถานศึกษาในเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็คือตนเอง เพื่อที่จะไม่เกิดความเสียหายกับโรงเรียนมากกว่านี้ แต่ ผอ.สพป.ขก.เขต4 ก็ไม่ดำเนินการอะไรให้ แล้วก็ส่อเจตนาที่จะช่วยเหลือผอ.รร.ฯคนนี้ด้วย
“หลังจากที่มีการเสนอข่าวขึ้นมา ทางผอ.สพป.ขก.เขต 4 ก็ออกมาที่โรงเรียนดังกล่าวออกมาแล้วก็มาออกสื่อกล่าวอ้างว่าได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2567 แต่ในความเป็นจริงตนเองยื่นหนังสือตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. หากตามขั้นตอนไม่เกินวันที่ 17-18 มี.ค. ก็ต้องลงพื้นที่มาตรวจสอบแล้ว แต่ท่านออกมาวันที่ 19 มี.ค.เพื่อให้สอดคล้องกับคำพูดของท่านที่กล่าวอ้างว่ารับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2567 และยังเอื้อกันแม้กระทั่งคำสัมภาษณ์ของท่านในคำสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วก็มีคำสั่งคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตฯ 4
และที่ท่านออกหนังสือคำสั่งนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับข้อร้องเรียนเลย โดยในหนังสือระบุว่า “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 มีงานเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการโครงการขับเคลื่อนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 4 สู่องค์กรสมรรถนะสูง และเพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย และสำเร็จตามเป้าหมายจึงให้ผอ.รร.ย้ายมาช่วยราชการ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 4 ขอนแก่นเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 2 เม.ย. 2561 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย ทำให้มองได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ช่วยเหลือกัน”
ส.ต.อ.สมัย กล่าวต่ออีกว่า หนังสือคำสั่งควรระบุว่าต้องย้ายเพราะด้วยเหตุผลใด แต่ในหนังสือคำสั่งนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ร้องเรียนไป ซึ่งอยากให้ทาง ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต4 ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวที่ตนเองกล่าวหาด้วย และในเรื่องนี้ต้องขอบคุณทางผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ภายหลังจากที่สื่อมวลชนลงพื้นที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว
ก็ได้ประสานตนเองขอข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตทันทีพร้อมทั้งลงพื้นที่ โดยตนเองก็ให้ข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว และเป็นการยื่นในเรื่องของการส่งเรื่องร้องเรียนไปที่สำนักงานเขต 4 แล้ว ไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ข้อกล่าวหาที่ยื่นตรวจสอบและไม่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มีการตรวจสอบ
“ในส่วนของเรื่องคลิปนั้น ครั้งแรกที่เห็นตนเองก็คิดว่าเป็นการถูกแบล็คเมล์ เพราะมิจฉาชีพ ต้องการทรัพย์สินเพื่อแลกกับการไม่ให้ ผอ.เสียชื่อเสียง แต่เมื่อมารู้ภายหลังว่าไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่ครั้งเดียว และแต่ละครั้งก็ไม่จ่ายค่าบริการเซ็กซ์โฟน ทำให้เกิดผู้เสียหายรวมตัวกันเป็นกลุ่มและสืบหาว่าชายคนนี้เป็นใครกระทั่งทราบว่าเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว
จึงมีการส่งคลิปมาทางเพจ ของโรงเรียน โดยมีแอดมินเป็นคุณครูที่โรงเรียน พอเห็นก็ตกใจไปปรึกษากับท่านผอ. ทำยังไง ผอ.ฯบอกให้เคลียร์แต่เคลียร์แล้วไม่จ่ายเงิน และไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแต่มันมีหลายครั้งส่งเข้ามาบ่อยบ่อยทางครูจึงกังวลว่าคลิปดังกล่าวจะหลุดหลุดออกไปจนเกิดความเสียหายจึงนำเรื่องนี้มาปรึกษาคณะกรรมการสถานศึกษาซึ่งก็คือตนเอง กระทั่งมีการยื่นหนังสือร้องเรียนดังกล่าว”
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบนั้น เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของ สพป.ขก.เขต 4 และทาง ป.ป.ช.ขอนแก่น รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของทางราชการและกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews